หมดฤดูไปอีกหนึ่ง

posted on 05 Oct 2013 12:16 by tomare  in Article
ซีซั่นที่ผ่านมา...อนิเมก็ดูน้อยลงเยอะเลย
มัวแต่เล่นเกม ไม่ค่อยว่างดูเท่าไหร่
ไอ้ที่ดูจบไปก็มี Free!, Symphogear G, Gatcha Man, Monogatari, Genshiken, Teekyu 
ที่ตั้งใจจะดูแล้วหล่นไปกลางทางก็มี Rozen Maiden, Love Lab, Kiniro Mosaic, Kami Inai, Uchoten
 
ขี้เกียจเขียนละเอียด สนุกสุดซีซั่นที่ผ่านมาก็ Gatcha Man>Genshiken>Teekyu>Free!>Symphogear
กัทช่าแมนเป็นอนิเมที่บทแปลกดี เดินเรื่องได้แหวกแนว เกนชิเคนไม่ได้อ่านมังงะมาก่อน ก็เลยสนุกได้เต็มที่ งานก็ทำเนี๊ยบดี เทคคิวรั่วสุดๆ อนิเมที่มีดบมุกทุก 2 วินาที แล้วก็ Free! น่าเบื่อนิดๆ แต่ก็พอดูได้เรื่อยๆ (แต่น้องโกน่ารัก) สุดท้ายคือซิมโฟเกียร์ที่มัวแต่จะหักมุมจนลืมเป้าหมายของเรื่อง กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ระทึกใจเท่าภาคแรก


แล้วก็โมโนกาตาริยังไม่จบ ซีซั่นใหม่นี้เพิ่งเริ่มดูไปนิดหน่อย Kill La Kill สนุกดี มีกลิ่นอนิเมเก่าๆหน่อย มุกตลกก็รั่วๆ Nagi no Asukara ก็สนุกดี ภาพสวย บรรยากาศแฟนตาซีหน่อยๆ แต่ขัดใจตรงที่ 24 ตอนนี้สิ กลัวจะน่าเบื่อเหมือน Hanasaku Iroha ช่วงกลางๆ ส่วน Kanata ของเกียวอนิไม่ค่อยสนุก งานดี แต่ตลกขัดกาละเทศะจัง

ปล. exteen เปลี่ยนเจ้าของแล้ว ขอให้ระบบดีขึ้นหน่อยเหอะ 

End of Season (2013 Spring)

posted on 08 Jul 2013 11:44 by tomare  in Article
จริงๆก็จบซีซั่นไปนานจนมันเริ่มฉายของซีซั่นถัดไปแล้วเพิ่งจะมาเขียน....
เนื่องจากว่าซีซั่นนี้ไม่ค่อยมีอะไรประทับใจเป็นพิเศษ ก็เลยเขียนสั้นๆละกัน

E428-oragairu

เรื่องที่ชอบที่สุดในซีซั่นนี้ก็คือ OreGairu เพราะว่ามันดูธรรมดาดี ไม่เวอร์ ไม่ฟูมฟาย และมุมมองของพระเอกต่อสถานการณ์รอบตัวน่าสนใจดี บทพูดของตัวละครต่างๆก็มีปมให้คิด ไม่ได้สักแต่ว่าขายคาแรกเตอร์อย่างเดียว อีกเรื่องที่ชอบก็คือ อะอิอุระ เหตุผลก็คือมันสั้นและมีขาอ่อนเด็กสาวมัธยมให้หัวใจกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ

ส่วนเรื่องที่ถูกจับตามองอย่าง Gargantia ดูจบแล้วก็ชอบหลายๆฉาก และคิดว่ามันเป็นอนิเมที่สนุกดี ฉากสวย เนิบนิดๆ แต่ก็ไม่ใช่สไตล์แบบที่ถูกใจจนชอบเป็นพิเศษ แต่คนจำนวนมากกลับมองเรื่องนี้แค่ว่าเขียนบทโดยอุโรบุทจิ(มาโดกะ, Fate 0) จะต้องหักมุม โหดร้าย มีตัวละครตาย จนทำให้พลาดสิ่งที่เรื่องพยายามจะนำเสนอ แล้วกลายเป็นว่าเรื่องนี้น่าผิดหวัง พล๊อทกระจอกเดาเรื่องได้ ซึ่งไอ้ความผิดหวังอันนี้มันเป็นเพราะเป็นการคาดหวังในสิ่งที่ไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้วมากกว่า

Valvrave นี่เป็นอนิเมที่...สร้างความตกตะลึงได้มากมายเหลือเกิน มันเพ้อเจ้อจนกลายเป็นว่าสนุกกับความเพ้อเจ้อที่จริงจังของมันแทน ตัวละครทุกตัวล้วนแต่ไม่เต็มเต็งแต่กลับเก๊กท่าปฏิบัติตัวราวกับว่าทุกอย่างที่ทำลงไปเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำกัน... สำหรับ Hataraku Maou-sama นั้นเป็นอนิเมที่ดูได้สนุกมาก เป็นไลท์โนเวลที่มีการดัดแปลงมาทำอนิเมได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้เลย แล้วก็ Chihaya S2 ก็สนุกดี แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่มีแต่แข่งคารุตะกันอัดแน่นเต็มเกือบทั้งเรื่อง 2 ซีซั่น เลยทำให้อึดอัดเหมือนดูยูกิโอห์แข่งทัวร์นาเมนท์ยาวครึ่งปี ถ้ามีเรื่องราวชีวิตของตัวละครในมุมมอื่นๆมากกว่านี้ก็จะดีมาก

จากตรงนี้ไปจะเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าไม่ค่อยสนุกล่ะ เรื่องแรกคือ RDG มันเป็นอนิเมที่ตัดจบตอนได้ส้นตึกมาก งานภาพสวยดี อิสึมิโกะน่ารัก เนื้อเรื่องมึนๆ จากสาวน้อยขี้กลัวลากยาวไปถึงเอสเปอร์จากอนาคตที่นำพาไปถึงจุดจบโลกได้... ที่ดูจบได้ก็เพราะว่ามันส้นตึกนี่หล่ะ(แถมยังไม่จบต้องอ่านนิยายต่ออีก) ส่วน OreImo S2 นี่ผมก็ดูผ่านๆ ไอ้ประเด็นขัดแย้งเรื่องโอตาคุกับความเป็นจริงต่อสังคมก็หายไปหมดแล้ว ปมขัดแย้งเรื่องความเป็นพี่น้องก็เบาลงเหมือนกัน กลายเป็นโชว์ตัวละครหญิงคนโน้นคนนี้ให้บุฮี้ทีละตัวๆเหมือนฮาเรมอนิเมทั่วไป ผมชอบอายาเสะครับ ดังนั้นอนิเมเรื่องนี้จบไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ 12

Photo Kano นี่แบ่งตอนแปลกๆ เกริ่นเรื่อง 4 ตอนแรก แล้วก็แบ่งฉากจบให้ทุกคน งานภาพห่วยๆ มุกลามกไม่สร้างสรรค์ ฉากตบตีแก่งแย่งก็ไม่มี มีดีก็แค่อุจิดะเท่านั้น เรื่องสุดท้าย Devil Survivors 2 ที่ดูๆไปก็เกือบจะพอใจแล้ว แต่ท้ายที่สุดดันเน้นพระเอกกับยามาโตะซาบซึ้งกันเกินพอดี ทำให้ประเด็นหรือความสัมพันธ์อื่นๆดูจืดจางจนหมดความหมายไป

ส่วนเรื่องอะไรที่ไม่อยู่ในชื่อข้างบนนี้ แสดงว่าเลิกดูไปกลางทาง ส่วนอนิเมของซีซั่นใหม่นี่ก็ไล่ๆดูอยู่ รีวิวตามปกตินี่คิดว่า อืม ไม่เขียนนะ เพราะว่าขี้เกียจ... เอาลำดับเท่าที่ดูไปแล้วเป็นไกด์ละกัน

โมโนกาตาริ→คินอิโระ→เทคคิว→LoveLab→คามิอิไน→โรเซน→Brothers→ดันกันรอนปะ→ซิมโฟG→เกนเอย์→Free!→ชมรมกลับบ้าน→SxS→หมากรรไกร→F→C3→Ilya

Fanboi.ch

posted on 04 May 2013 10:32 by tomare  in Article
หลายปีก่อนผมเคยช่วยโปรโมทเว็บบอร์ดแนวไร้ชื่อแห่งนึงที่ชื่อว่า Fanboi Channel ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็ได้แอบปิดตัวไปเงียบๆ ทำเอาหลายๆคนเสียใจ(โห่) มาวันนี้ก็กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง และเนื่องจากคนส่วนมากไม่เข้าใจว่าเว็บบอร์ดในลักษณะนี้คืออะไร จึงเรียบเรียงจุดเด่นและจุดด้อยมาให้อ่านก่อน



URL → Fanboi.ch

Fanboi Channelคืออะไร?
Fanboi Channel คือเว็บบอร์ดธรรมดาๆ รูปแบบเก่าๆ ท่ามกลางกระแสโซเชียลเน็ทเวิร์คอันเชียวกราด สิ่งที่ fanboi.ch แตกต่างคือเป็นเว็บบอร์ดแบบ Nameless หรือไร้ชื่อ (หรือบางครั้งจะเรียกว่า Anonymous) หมายความว่าการแสดงความคิดเห็นทุกอย่างในเว็บบอร์ดแห่งนี้จะไม่มีการยืนยันตัวตน ไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ใดๆทั้งสิ้น (ตรวจสอบได้จาก opensource) ไม่มีชื่อคนถาม ไม่มีชื่อคนตอบ มีเพียงความเห็นล้วนๆโดยไม่ยึดติดกับหน้ากากที่ต้องแบกไว้เวลาอยู่ในโซเชียลอื่นๆ

ทำไมต้อง Fanboi ไม่ Fanboy?
Fanboi เป็นการเล่นคำล้อเลียนคำว่า Fanboy ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ยึดติดในความชอบอะไรบางอย่างมากเป็นพิเศษ เช่น Fanboy Sony, Fanboy Shaft, Fanboy นิชคุน หรืออื่นๆมากมาย คำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ Fanclub, Fag หรือ สาวก แต่ที่ใช้ Fanboi เพราะมันดูกวนตีนดีเท่านั้น

ทำไมต้องไร้ชื่อ? (Nameless)
ทุกวันนี้สังคมออนไลน์ได้รุกคืบเข้าไปในชีวิตจริงของเราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัวตนในโลกออนไลน์ของเราชัดเจนขึ้นทุกที หลายๆคนมีชีวิตกับตัวตนอุปโลกน์ในโลกออนไลน์มากกว่าตัวตนกายหยาบในโลกความเป็นจริงเสียอีก เราต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน ชั้นนั้นเป็นคนดีในโลกสวยงาม ผมนั้นเป็นยอดคนหล่อแห่งสังคมคุณภาพ ทุกคนต่างใส่หน้ากากหลอกลวงเข้าหากันจนแยกไม่ออกว่าแบบไหนกันแน่เป็นตัวเราที่แท้จริง ทุกย่างก้าวในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ที่ต้องคอยรักษา แต่ใน Fanboi Channel นั้นทุกคนไม่สนว่าคุณเป็นใคร คุณอาจจะเป็นแก่สปอร์ตใจดีกทม.หรือเกรียนเห่อหมอยที่เพิ่งจะดีใจที่ไม่ต้องตัดหัวเกรียน พอเข้ามาในที่แห่งนี้แล้วทุกคนเท่าเทียมกันหมด ไม่มีชื่อ ไม่มีตัวตน สิ่งที่ยืนยันตัวตนของคุณจะเหลือเพียงความคิดที่จะแสดงออกมาเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าถูกหรือผิด ไม่ต้องเกรงใจเพื่อนเก่าผู้มีพระคุณ เพราะทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน เป็นสังคมเสมือนที่ตรงกันข้ามกับสังคมออนไลน์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

แล้วมันจะดีเหรอไร้ชื่อเนี่ย?
แน่นอนว่าพอคนเราพอไม่เห็นหน้า ไม่เห็นตัวตน ก็จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหยาบคายออกมาได้ง่ายกว่าปกติ พูดจาไร้สาระมั่วซั่ว ก่นด่า แต่เมื่อถึงจุดจุดนึงแล้วความก้าวร้าวหยาบคายก็จะไร้ความหมาย มันอาจจะกลายเป็นสถานที่ที่มีบรรทัดฐานความหยาบคายแตกต่างจากสังคมอื่น แต่มันก็เป็นความซื่อตรงอย่างที่หาที่อื่นไม่ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น มีกูรูเทพวันพีชชื่อดังอยู่คนนึงแล้ววันนึงก็ออกมาพูดว่า "บลีชแม่งห่วยหว่ะ" มันจะเกิดอะไรขึ้น? สิ่งที่จะเกิดก็คือสาวกวันพีชก็จะเฮโลไปด่าบลีชกัน เพราะกูรูเทพชี้นำ แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นที่ Fanboi ถ้ามีใครคนนึงออกมาพูดว่า "บลีชแม่งห่วยหว่ะ" ความเห็นที่จะได้รับมาก็คือบลีชมันห่วยหรือไม่ห่วยอย่างไร โดยไม่สนว่าใครจะเป็นคนพูด และไม่สนว่าคนพูดจะเป็นใคร ต่อให้เป็นข่าวลือไร้สาระโกหกพกลม ทุกครั้งที่เราอ่าน เราก็จะพิจารณาแต่โดยเนื้อหาและตัดสินว่าจริงหรือไม่จริงด้วยตัวเอง

วิธีเล่นให้สนุกล่ะ?
ไม่ต้องคิดอะไรเลย เกรียนครับ เกรียนเข้าไปไม่ต้องสนอะไร อะไรที่แว๊บเข้ามาในสมองก็พิมพ์ลงไปทันที ฟังดูแย่เนอะ แต่มันคือความจริง เว็บแนวนี้มีไว้เกรียนและมันสนุกเพราะการเกรียนนี่หล่ะ พูดในสิ่งที่อยากพูดโดยไม่ต้องคิด เหยียดหยามทุกอย่างที่ทุกคนเชิดชู บอกสิ่งที่อยู่ในใจออกมา นั่นแลคือวิธีเล่นที่ถูกต้องแล้ว

สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง?
นั่นหล่ะคือสิ่งที่ผมอยากรู้ ผมไม่รู้ว่าสังคมแบบ Nameless เมื่อมาเจอกับสังคมไทยที่ยึดติดกับเปลือกนอกกอย่างแรงกล้าแล้ว สุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ในประเทศญี่ปุ่นจุดสุดท้ายมันคือ 2ch ที่เต็มไปด้วยคำด่าและข้อมูลจริงเท็จมากมาย ในอเมริกามันคือ 4ch ที่มีแต่คำถากถางตลกโปกฮาแต่กว่ากลับเต็มไปด้วยเรื่องน่าสนใจ แต่ในประเทศไทยล่ะ? สังคมที่ยึดติดเรื่องตัวตนเหนือเหตุผลอย่างนี้เนื่ยนะ? เรื่องนี้คงต้องให้เวลามาพิสูจน์....

แต่ก่อนอื่นต้องหาคนมาเล่นเยอะๆเสียก่อนนี่สิ......
ปล. เปิดเว็บกับมือถือแล้วจะสวยมาก