Bakemonogatari (1)

posted on 22 Sep 2010 16:55 by tomare in Article

หลังจากสะสมไอเดียจนหลงลืมไปไม่น้อย ในที่สุดถึงวาระดิถีอันเหมาะสมที่ผมจะเขียนถึงบาเกะโมโนกาตาริแล้ว แต่ด้วยความที่ว่าสะสมมากไปหน่อยจนล้นปรี่หกออกมาข้างนอก ซึมลงดินหายไปเยอะ ก็เลยขอแบ่งเป็นสองตอนเพื่อความชัดเจน(เกี่ยวไรวะ) ในตอนแรกนั้นจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาของบาเกะโมโนกาตาริ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถานการณ์แวดล้อม และวิเคราะห์เล็กน้อยตามประสา เนื้อหาในนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เป็นเพียงความเห็นและมุมมองประสบการณ์ของคนเพียงคนเดียวเท่่านั้น


บาเกะโมโนกาตาริคืออะไร?
บาเกะโมโนกาตาริ(化物語)เป็นไลท์โนเวลของสำนักพิมพ์โคดันฉะ อยู่ในเซ็ทโคดันฉะบ๊อกส์(จะมีกล่อง แล้วก็แพงๆ)​ แต่งโดยนิชิโอะ อิชิน ภาพประกอบโดย Vofan เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภูติผึปีศาจและสาวๆรอบตัวเด็กหนุ่มคนนึง จริงๆบาเกะโมโนการตารินั้นมีบทเริ่มชื่อคิซึโมโนกาตาริ(傷物語 แม้จะเป็นบทเริ่มแต่วางขายทีหลังบาเกะโมโนกาตาริ) และยังมีภาคต่อชื่อนิเซโมโนกาตาริ(偽物語) และพอได้รับความนิยมมากมายจากอนิเม ก็เลยทำให้มีการขยายเรื่องยืดยาวออกหลายต่อหลายเล่ม สำหรับฉบับอนิเมนั้นได้หยิบเอาส่วนของบาเกะโมโนกาตาริมาทำ มีความยาว 15 ตอนจบ 12 ตอนฉาย TV และ 3 ตอนฉายทางเน็ท ตัวอนิเมชั่นนั้นสร้างโดยสตูดิโอชาฟท์ กำกับโดย ชินโบ อากิยูกิ และมีอนิเมชั่นคาแรกเตอร์ดีไซน์โดย วาตานาเบะ อากิโอะ จากไลท์โนเวลที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มรวมกับอนิเมชั่นสตูดิโอบ้าบอๆและฝีมือผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างความฉิบหาย กลับทำให้เกิดเป็นตำนานบทสำคัญแห่งโลกอนิเมขึ้นมาเมื่อบาเกะโมโนกาตาริได้รับความนิยมมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ ชนิดที่ซึสิมิยะฮารุฮิ(อนิเมเทพ lol)ซึ่งฉายพร้อมกันถูกเบียดตกกระป๋องแบบทาบไม่ติด



บาเกะโมโนกาตาริเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนึงที่ชื่อ อารารากิ โคโยมิ เขามักจะเข้าไปพัวกันกับเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณและคอยแก้ปัญหาให้กับสาวน้อยมากหน้าหลายตา ในเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 5 บท แต่ละบทก็จะมีตัวเอกหญิงประจำตอนต่างกันไป ในบทแรกนั้นจะเป็นเรื่องราวของ เซนโจกาฮาระ ฮิตางิ (ปู) ซึ่งโดนขโมยน้ำหนักไปจนกลายเป็นคนที่แทบจะไม่มีน้ำหนักเลย บทสองเป็นของ ฮาจิคุจิ มาโยย (หอยทาก) เด็กประถมร่อนเร่ที่หาทางกลับบ้าน บทที่สามเป็นของ คัมบารุ สุรุกะ (ลิง) หญิงสาวผู้มีรสนิยมทางเพศผิดเพี้ยนและริษยาในความสัมพันธ์ของโคโยมิกับฮิตางิ บทที่สี่เป็นของ เซนโกกุ นาเดโกะ (งู) รุ่นน้องของโคโยมิที่แอบชอบโคโยมิอยู่ บทสุดท้ายเป็นของฮาเนคาว่า สึบาสะ(แมว) เพื่อนร่วมชั้นของโคโยมิที่มีความลับอัดอั้นจนเกิดแบล็คฮาเนคาว่าขึ้นมา



สิ่งที่ต้องพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือความสำเร็จของบาเกะโมโนกาตาริ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่ามันแปลกยังไงหรือประสบความสำเร็จขนาดไหน ลองยกตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดคือ "ซึสึมิยะฮารุฮิโนะยุอุทสึ" ขอเรียกสั้นๆว่าฮารุฮิ สำหรับยุครุ่งเรื่องของฮารุฮินั้นไม่ว่ามองไปทางไหน ด้านไหน ก็มีแต่คนพูดถึงฮารุฮิ มีการเต้นระบำฮาเรฮาเรยูไค(เพลงปิด)กันทั่วบ้านทั่วเมือง ผลิตสินค้า ของเล่น การ์ตูน ออกมาขายมากมาย ถ้าใครที่สนใจอนิเมหน่อยเมื่อราว 4 ปีก่อนไม่มีทางที่จะไม่รู้จักฮารุฮิแน่นอน (แม้แต่ผมเองก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของ Viral Marketing ของฮารุฮิ) ถึงกระนั้นเลย ยอดขาย DVD ของฮารุฮินั้นอยู่ที่ราว 4 หมื่นแผ่น/แผ่น แต่บาเกะโมโนกาตารินั้นมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 8 หมื่นแผ่น มากกว่าฮารุฮิถึงเท่าตัว หรือมากกว่า Gundam 00 เกือบสามเท่า มากกว่า Code Geass สองเท่า อยู่ในระดับเดียวกับ Gundam Seed อนิเมกระแสหลักที่ใครๆก็รู้จัก (แต่มูลค่าทางการตลาดเป็นรองเยอะ)

ทำไมบาเกะโมโนถึงประสบความสำเร็จ? ผมเชื่อว่าเป็นคำถามที่แม้แต่ตัวผู้ผลิตผลงานอย่างชาฟท์์หรือผู้กำกับอย่างชินโบเองก็ตอบไม่ได้ ชาฟท์เป็นสตูดิโออนิเมชั่นขนาดกลาง แม้จะก่อตั้งมานานแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายเป็นพิเศษ มีผลงานขายได้บ้างนิดหน่อย (เนกิมะ!?, ฮิดามาริเสก็ทช์) ขึ้นชื่อเรื่องทำงานพิลึกๆ (โซลเทคเกอร์, ef, ปานิโปนิ)โดยปกติอนิเมของชาฟท์นั้นยอดขายอยู่ที่ 4-6 พัน ยกเว้นเรื่องฮิทจริงๆ อาจจะถึง 8,000 สำหรับอนิเมอย่างบาเกะโมโนกาตาริที่ขายได้ถึง 80,000 เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในชาฟท์ (ซึ่งแม้แต่ในสตูดิโอใหญ่ๆก็หาได้ยากยิ่ง) และเป็นอนิเมที่ฉีกตำราทุกเล่มทิ้งอย่างสิ้นเชิง ทั้งฉีกโดยตั้งใจและฉีกโดยความไม่รับผิดชอบ....

บาเกะโมโนกาตาริแทบไม่มีโฆษณาโปรโมทลงตามนิตยสารเลย ตลอดเวลา 7 เดือนก่อนฉายได้ลงนิวไทป์ 4 หน้าและสกู๊ปสัมภาษณ์นิดหน่อย ภาพโปรโมทก็มีเพียง 2-3 อัน ไม่มีการโหมโปรโมทสร้างกระแส(เทศกาล) รูปแบบการวางจำหน่ายก็มีการแบ่งขายแต่ละแผ่นเป็นของตัวเอกหญิงหนึ่งคน ซึ่งโดยปกติมาร์เก็ทติ้งไม่กล้าทำ เพราะว่ากลัวยอดขายแต่ละแผ่นจะแตกต่างกัน คนเลือกซื้อแต่แผ่นที่ชอบ หนำซ้ำพอฉายออกมาก็มีอาการขลุกขลักมากมาย ตั้งแต่ OP ไม่เสร็จ ED ไม่เสร็จ ตารางเวลาเละเทะ งานส่งไม่ทัน สตาฟลาออก สตูดิโอ Pastoral ที่จะช่วยทำก็มีปัญหาภายใน จนมาระเบิดเอาตอนสุดท้ายของบทของเซนโกกุ นาเดโกะ (งู) ที่ออกฉายแบบที่ทำไม่ทันโดยสื้นเชิง ช่วงท้ายตอนที่เป็นฉากสำคัญบทสสรุปของเรื่องเต็มไปด้วยภาพนิ่งและเฟรมซ้ำ ผู้ชมไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เต็มด้วยเสียงสาปแช่งและก่นด่า (ซึ่งน่าประหลาดใจมากที่เนื้องานในตอนทำไม่ทันแต่ OP ที่ใช้แค่ครั้งเดียวกลับทำออกได้อย่างยอดเยี่ยมโมเอ้ตายคาที่) แต่แล้วพอตอนสุดท้ายของฉบับ TV ฉายออกมา ผู้ชมก็แทบจะทรุดลงกราบ....เราจะมาอธิบายทีหลัง แต่ความฉิบหายยังไม่หมด เมื่อยังมีกำหนดการฉายพิศดารล้ำอย่างฉาย TV 12 ตอน ฉายทางเน็ท 3 ตอนคอยตามหลอกหลอน เวลาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอให้ ชาฟท์ การฉายทางเน็ทเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และถึงกำหนดวันฉายแน่นอนแล้วก็ยังสร้างปรากฏการณ์ 40 โมง(!?) ตราบใดที่ยังไม่นอนก็ยังคงเป็นวันนี้ และวีรกรรมมากมายจนกินเวลานานถึง 6 เดือนกว่าจะฉายครบ 3 ตอน ซึ่งเทียบแล้วมากกว่าเวลาที่ฉายอนิเมปกติเกือบ 3 เท่าเลย กับอนิเมฉายทางเน็ทเพียง 3 ตอน

ในแง่ภาพและงานอนิเมชั่น คาแรกเตอร์ดีไซน์อย่างอากิโอะ วาตานาเบะ ก็เคยร่วมงานกับชินโบมาแล้วหลายครั้ง (Soul Taker, Yamamoto Yoko และเจ๊งทุกครั้ง) งานของอากิโอะนั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์และอยู่เหนือยุคสมัย แม้จะผ่านไปนานแต่สไตล์ก็ไม่เชย ด้านการกำกับก็มีความเป็นชินโบมาก มุมกล้องที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้ cut สิ้นเปลืองและ superimpose สลับเร็วๆ สร้างความแปลกใหม่ให้กับงาน เมื่อผนวกกับการเล่นภาษาของนิชิโอะที่มักจะเล่นสนุกกับการเขียนตัวหนังสือและการหยิบโยงเรื่องราวต่างๆแบบสับสนเข้าด้วยกันแล้วกลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กระนั้นเลยตัวงานก็ "ชุ่ย" ขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนตอนที่ฉาย คุณภาพงานขึ้นลงสูงสุดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งไประเบิดเอาตอนที่ 9 ของนาเดโกะอย่างที่กล่าวไว้ข้างบน

หลังจากตอนที่ 12 ฉายทาง TV จบไปก็ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างสูง จนช่วยเร่งยอดจองหน้าร้านเพิ่มขึ้นมาก พอ DVD+BD ของบาเกะโมโนกาตาริแผ่นแรกก็วางจำหน่าย และสร้างเหตุการณ์สะเทือนขวัญ(!?) ให้กับชาฟท์สตูดิโอเมื่อสินค้าที่ Shipping ไปถึง 50,000 ชุด ซึ่งมากกว่ายอดขายอนิเมทั่วไปของชาฟท์หลายเท่านั้นกลับหมดเกลี้ยง "ก่อน" วางขายจริง 1 วัน ทั้งที่เป็นวางจำหน่ายวันแรก แต่หน้าร้านเต็มไปด้วยป้ายบอกว่า "ของหมด" BD บาเกะโมโนกาตาริก็กลายเป็นของหายากไปทันที ยอดขายสัปดาห์แรกรวม BD และ DVD ของฮิตางิแครปน้ันมากถึง 45,000 ชุด มากกว่ากันดั้ม 00 หรือโค้ดเกียส ที่เป็นอนิเมกระแสหลักเสียอีก ถึงกับขึ้นแท่นสร้างสถิติ "อนิเมฉาย TV ที่ยอดขายสัปดาห์แรกสูงสุด" ไปเลย(และก็ถูกทำลายด้วยยอดขายแผ่นหลังของตัวเองไปเรื่อยๆ) ยอดขายเฉลี่ยของบาเกะโมโนในปัจจุบันในสาย TV Anime นั้นเป็นรองเพียง Gundam ภาคแรกและ Evangelion เท่านั้น (ไม่นับ OVA และ Movie) ทีมงาน Aniplex, Shaft หรือแม้แต่ผู้กำกับชินโบเองไม่มีใครกล้ายืดอกตอบคำถามถึงเหตุผลที่ "ทำให้มันขายดี" ได้ เวลามีสัมภาษณ์ลงนิตยสารทีไรสุดท้ายก็เป็นคำตอบในลักษณะที่ว่ากรูก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน


ทำไมถึงประสบความสำเร็จ?
ผมเชื่อว่าโลกนี้สิ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดไม่ว่าจะในแง่ไหนๆ มันไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกในทุกๆด้าน ยกตัวอย่างแฮรี่พ๊อตเตอร์ขายได้เป็นสิบๆล้านเล่ม ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแฮรี่พ๊อตเตอร์เป็น "นิยายแฟนตาซี" ที่สนุกที่สุดในโลก เพียงแต่มีปัจจัยแวดล้อมจนได้รับความนิยมสูงสุด ภาพยนตร์เรื่อง AVATAR ทำเงินมากที่สุดในโลกแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า AVATAR เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลกเช่นกัน Facebook เป็น Social Network ที่บูมที่สุดในเวลานี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความ Facebook เป็น Social Network ที่ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มแรก...อืมจริงๆ Facebook นี่แตกต่างนิดหน่อยนะในแง่รายละอียดนะ ช่างมันก่อน

การที่อะไรจะนิยมและประสบความสำเร็จขึ้นมาได้นั้นมันจะมี "จังหวะ" หรือ "โมเมนตัม" ของมัน ซึ่งโมเมนตัมเนี่ยเราไม่สามารถควบคุมได้แบบ 100% แต่เราคาดเดาได้ หรืออาจจะควบคุมได้ระดับนึงถ้าเรามีเบี้ยในมือมากพอ สมมติคุณแต่งนิยาย 1 เรื่อง มันยอดเยี่ยมมาก สนุกกว่าทไวไลท์ในทุกๆด้านพระเอกหล่อเกย์กว่า แต่ถ้าสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ทำการตลาดห่วยๆมันก็ไม่มีทางดังเท่า หรือจังหวะที่วางจำหน่ายธีมของเรื่องคล้ายคลึงกับเรื่องอื่นในตลาดมันก็ไม่ดัง หรือความนิยมของแนวเรื่องในตลาดตอนนั้นหรือภาษาที่ใช้แต่งก็ส่งผลมากมายแล้ว การที่มันจะฮิทได้นั้นต้องมีจังหวะและปัจจัยแวดล้อมสนับสนุน ยกตัวอย่าง Gundam SEED ที่ได้รับความนิยมในวงกว้างนั้นถือว่าตัวเองมีปัจจัยสนับสนุน (ชื่อของกันดั้ม) สามารถสร้างโมเมนตัมได้ด้วยตัวเองระดับนึง จากนั้นก็ต้องใช้จังหวะที่มีโมเมนตัมทำให้คนดูชื่นชอบกว่าเดิม (พล๊อทเรื่อง, ดีไซน์หุ่น) ก็ยิ่งกลายเป็นแรงส่งเพิ่มขึ้น หรืออย่างฮารุฮิ เริ่มต้นนั้นมีแรงส่งเพียงแค่ชื่อของเกียวอนิเท่านั้น ตัวนิยายเองก็ระดับทั่วไปค่อนไปทางดังนิดหน่อย แต่ด้วยความแปลกใหม่จึงสร้าง Viral Marketing สำเร็จขึ้นมาเป็นคลื่นใต้น้ำและหนุนส่งจนได้รับความนิยมมหาศาล

กลับมาที่บาเกะโมโนกาตาริกันมั่ง บาเกะโมโนนั้นแทบไม่มีแรงส่งโมเมนตัมในตัวเองเลย ชื่อของนิชิโอะในเวลานั้นก็แค่ระดับกลางๆ ชื่อของชาฟท์ก็ขายได้เฉพาะกลุ่ม ชื่อผู้กำกับชินโบนี่ยิ่งแล้วใหญ่.... แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ? มันถึงขายได้มากมายมหาศาลขนาดนั้น ระหว่างที่ผมดูอนิเมเรื่องนี้ผมก็รู้สึกประทับใจและคิดว่ามันเจ๋ง แต่คิดว่ายอดขายไม่น่าจะหนี 15,000 ชุดไปได้ กลายเป็นว่าผมคิดผิดไปไกลสุดกู่เมื่อมันขายได้ถึง 80,000 ชุด ก็เลยลองนั่งไล่นับปัจจัยที่ทำให้บาเกะโมโนประสบความสำเร็จดูซะหน่อย

  • คุณภาพงานในระดับสูง
    แม้ว่าชาฟท์จะเป็นสตูดิโอขนาดกลางแต่ก็มีอนิเมเตอร์ฝีมือเยี่ยมมากมาย บาเกะโมโนกาตารินั้นมีคุณภาพงานอยู่ในระดับสูงมาก คอมโพสของภาพ การเคลื่อนไหวของตัวละคร ล้วนใช้เทคนิคที่แปลกใหม่และยอดเยี่ยม ที่สำคัญชาฟท์รู้ว่า "อะไรควร อะไรไม่ควร" ฉากที่ควรจะวาดให้ดีก็ทำได้ดีเสมอ (ฉากชุดชั้นใน? ฉากลวนลามนาเดโกะทางสายตา?) Openning 5 แบบที่แบ่งตามตัวเอกประจำบทก็ไม่ได้สักแต่ว่าทำๆให้ครบคน แต่ละอันก็ไม่สไตล์และรูปแบบของตัวเองอย่างดีแม้ว่าจะใช้เพียงครั้งเดียว