An Unbiased Review Fall Anime 2011

posted on 18 Oct 2011 13:21 by tomare in Article
พบกันอีกครั้งเมื่อยามต้นฤดูกาลกับ An Unbiased Review ประจำ Fall Anime 2011 สำหรับซีซั่นนี้ก่อนจะเริ่มฉายรู้สึกอยากดูหลายเรื่อง แต่พอฉายจริงกลับมีเรื่องที่รู้สึกว่าไม่สนุกอย่างที่หวังซะเยอะ แล้วงวดนี้ไม่มีทั้งชาฟท์ทั้งเกียวอนิอีกเลยยิ่งแลเป็นจืดซีซั่นเข้าไปอีก... บอกก่อนจะถามกันเหมือนเคย ผมจะไม่เขียนถึงจัมพ์อนิเมและอนิเมภาคต่อนะครับ ดังนั้นจะไม่มี Working!, HxH, บาคุมัง, เกะโสะ และก็ไม่มีเรื่อง Un-Go เพราะว่าผมขี้เกียจดู ส่วน Last Exile 2 นั้นทิ้งช่วงนานหลาย(สิบ)ปี ก็เลยว่าจะเขียนแต่ว่ายังรอซับอยู่ ถ้ามาแล้วจะมาเพิ่มทีหลัง

เหมือนเคยครับ ก็ต้องกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตกันเสียก่อน ซีซั่นที่ผ่านมานั้นผมได้ดูเรื่อง Steins;Gate, Hanasaku Iroha, Usagi Drop, Tiger & Bunny, Nichijou และ No.6 จบ สไตน์เกทนั่นเป็อนิเมที่สนุกและมีเนื้อหาโดดเด่นกว่าอนิเมทั่วไปมาก ฮานาซากุอิโรฮะนั้นก็เป็นอนิเมที่ดี แม้ว่าจะขาดเป้าหมายและจุดพีคของอารมณ์ไป แต่ก็เป็นอนิเมที่มีคุณค่าจะรับชม ผมว่า P.A. เหมาะที่จะทำอนิเมสนับสนุนการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจริงๆนะ อุซางิดรอปก็น่ารักมาก เป็นอนิเมที่ช่วยเยียวยาจิตใจ ดูไปก็ยิ้มไปทุกที เสือกระต่ายนั้นก็สนุกและน่าติดตามอย่างไม่น่าเชื่อ นำเสนอมุมมองใหม่ๆต่อการ์ตูนฮีโร่ออกมาได้(ไม่ได้หมายถึงวายนะ...) และนิจิโจว ผมผูกพันกับนิจิโจวแบบแปลกๆ คือมันไม่สนุกนะ ผมมั่นใจเลยว่ามันไม่สนุก(งานดีนะ) แต่ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องดูทุกเย็นวันอาทิตย์ แล้วก็ไปนั่งบ่นกับเพื่อนๆว่า ตอนนี้แม่งไม่สนุกเลย แล้วเพื่อน(ซึ่งมันก็ดู)ก็จะช่วยกันบ่นว่าแม่งไม่สนุกเลยหว่ะ แล้วก็เห็นเก็ปเปลดองเกอร์โผล่ข้างหลังมาถามว่า "แล้วพวกเอ็งดูไปทำไม....." ก็ไม่มีใครตอบได้ แต่ก็ดูเอาโทรฟี่กันยันตอนสุดท้ายกินเวลาไปร่วมครึ่งปี ส่วน No.6... No.6 เป็นอนิเมที่ผมไม่ได้ชอบที่สุดในซีซั่น แต่เป็นอนิเมที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุดในซีซั่นนี้ครับ

No.6 เป็นอนิเมที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าเป็นเรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับชายหนุ่ม แน่นอนว่าจุดนี้ผมก็รับไม่ค่อยได้ แต่ผมดู No.6 ด้วยมุมมองของซาฟุครับ ซาฟุน่ารักอ่ะ เวลาเปิดดูผมจะะพยายามดูแต่ส่วนของซาฟุ ส่วนของชิออนผมจะข้ามทิ้งไปเลย พอทำแบบนั้นก็รู้ว่ามันก็สนุกดีเหมือนกันนะ.... ซาฟุเป็นคนเพี้ยนๆแต่จริงใจและโชคร้ายที่ต้องมาพัวพันกับพระเอกที่ไปหลงหนุ่มผมยาว การกระทำของซาฟุในตอนสองนั้นสามารถสร้างศัตรูครึ่งโลกได้ใน 5 วินาที และทำให้ทุกๆคนไม่ลืมเธอแม้ว่าเธอจะถูกแช่น้ำดองเกลือไปหลายตอน ตอนจบของ No.6 นั่นมั่วซั่วชอบกล เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและบทสรุปอันไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งรายละเอียดต่างๆส่วนต้องให้คนที่อ่านนิยายมาอธิบายให้ฟังถึงจะเห็นภาพมากขึ้น แนวคิดจริงของเรื่องนั้นโอเคเลย แต่อนิเมมีข้อจำกัด+ห่วยเองจนสื่อออกมาไม่ได้ ถึงกระนั้นเลย...ผมก็ชอบซาฟุที่สุดในซีซั่นเลยนะ

อนิเมที่ยังดูอยู่แล้วไม่จบก็เหลือเพียง Penguin Drum ที่ยิ่งดูยิ่งมึน... แต่ก็สนุกแบบแปลกๆ พวกที่ดรอปไปกลางทางก็มี ไอดอลมาสเตอร์ ไม่สนุกเลย  Sacred Seven นี่ผมดูข้ามไปข้ามมา มาดูตอนจบเลยพบว่าอีคาฟุกะยังไม่ตายเว้ย ทนจริงๆ แล้วก็ฮาท่าคุณแฝดน้อง(พี่)ที่ทำท่าพิคโกโร่ปล่อยเพชรให้ไอ้นั่น(จำชื่อไม่ได้)ได้พลัง ท่าอื่นไม่มีแล้วเหรอ...ทำไมต้องท่าพิคโกโร่ แล้วตอนจบก็จบได้งี่เง่าเหลือที่จะกล่าว ทำเอาตอนจบ No.6 เป็นยอดเยี่ยมไปได้เลย ส่วน Kamisama no Memochou นั้นผมดูถึงตอน 3 แล้วพบว่า J.C. ทำได้ไม่ดีเลย สื่ออารมณ์จากนิยายได้ไม่ถึงเสี้ยว ผมจึงเลิกดูเพราะกลัวว่าจะเสียอรรถรสในการอ่านนิยายไป (เล่มสามเพิ่งออกในงานหนังสือ)

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนนั้นก็ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยอีกแล้ว คะแนนที่เป็นเปอร์เซนต์ที่วัดจากความน่าติดตามและความสนุกของอนิเมเรื่องนั้นจะเปลี่ยนเปอร์เซ็นเป็นคะแนนเต็ม 100 แทน ส่วนคะแนนที่เป็นเกรดตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เป็นคุณภาพของอนิเมนั้นจะลดความสำคัญลง พูดง่ายๆก็คือจะเน้นคะแนนสนุกเเป็นเต็ม 100 คะแนนมากกว่า แล้วคะแนนงานจะลดความสำคัญลงไปแต่ก็ยังมีอยู่ เหมือนเดิมด้วยกรณีพิเศษ เรื่องใดก็ตามที่ผมทนดูไม่จบ ไม่ว่าคุณภาพงานก่อนหน้าจะเป็นเยี่ยงไร จะได้รับ F และ 0 คะแนน ไปทันที

Guilty Crown

งานออริจินอลล่าสุดของสตูดิโอสุดเทพอย่าง Production IG ที่ช่วงนี้ดูจะขาลงหน่อยๆเพราะงานขายไม่ค่อยได้ แถมบางอันยังค่อนข้างแย่เลยทีเดียว กิลตี้คราวน์มีองค์ประกอบเรื่องที่ค่อนข้างเชยและเก่า เด็กหนุ่มพบเจอหญิงสาวแปลกหน้า บันดาลความกล้าและได้รับพลังบางอย่าง มุกพื้นๆมาก บรรยากาศในเรื่องจะเป็นญี่ปุ่นยุคเสียความเป็นตัวของตัวเอง(คล้ายๆโค้ดเกียส, ประเทศมันมีปมด้อยอะไรหรือเปล่าเนี่ยชอบจังไอ้มุกนี้) พระเอกมาแนวอีโม เบื่อโลก ก็สมัยนิยมอีก... ทุกๆอย่างในกิลตี้คราวน์นั้นดูไม่ออริจินอลเลย เหมือนหยิบโน่นนิดนี่หน่อยมายำรวมกัน ไม่มีจุดแข็งของเรื่องส่วนในส่วนนึงที่แรงออกมาชัดเจน (เช่นโค้ดเกียสมีตัวเอกสีเทาหรือฮารุฮิที่คาแรกเตอร์แรง) แต่กิลตี้คราวน์ไม่ธรรมดาตรงที่เอาทุกอย่างมารวมกันแล้วก็ใช้วิธีปรุงอย่างยอดเยี่ยม กิลตี้คราวน์มีโปรดัคชั่นมีคุณภาพสูงมากในทุกๆด้าน เอ็ฟเฟ็คส์ คอมโพสิท ภาพ อนิเมชั่น อยู่ในระดับ OVA หรือ Movie สบายๆ โดยเฉพาะเพลงนั้นเพราะมากจริงๆ

นอกจากฉากแอ็คชั่นแล้วสิ่งที่อนิเมทำได้ดีเป็นพิเศษก็คือการสื่ออารมณ์ออกมา คัทภาพที่แทรก เสียง จังหวะ มุมมองและคำพูดคอยช่วยให้เรารู้จักด้านลึกของตัวละครและเข้าใจอารมณ์เวลานั้น ที่ชอบเป็นพิเศษก็คือออริจินอลคาแรกเตอร์ดีไซน์ของ Redjuice เดิมนั้นผมชอบงานของเค้าตั้งแต่เจอใน Pixiv แล้ว งานดีไซน์โดดเด่นมาก จนได้มาทำงานในระดับใหญ่ขนาดนี้ก็รู้สึกยืดแบบแปลกๆ ผมไม่ค่อยชอบพระเอกแนวอีโมเท่าไหร่และก็สงสัยว่าพระเอกแนวนี้จะดีเหรอ ยุคสมัยของ อิคาริ ชินจิ มันจบไปนานแล้ว แต่น้องนางเอกเรื่องนี้นี่ผมคิดว่าเป็นนางเอกที่น่าสงสารที่สุดในซีซั่นแล้ว ทั้งแต่งตัวโป๊ๆเข้าไปในดงทหาร โดนยิงปืนกลใส่ โดนมิไซล์กระเด็นตกสะพาน โดนตบด้วยด้ามปืน โดนเตะกบาล โดนลากเข้ารถตู้ โดนจิกหัวเอามีดจี้ โดนล้วง แถมยังดูจิตไม่ค่อยสมประกอบอีก ท่าทางชีวิตจะผ่านอะไรมาเยอะนะน้อง....

ประเด็นที่ผมสงสัยอีกอย่างก็คือกิลตี้คราวน์นั้นมีความลงตัวในทุกด้านจริงแต่มันจะขายได้หรือเปล่า? ในเมื่อทุกวันนี้อนิเมที่ขายได้ดีแทบทั้งหมดมีจุดขายคือแบรนด์หรือตัวละครทั้งนั้น กิลตี้คราวน์จะพิสูจน์ว่าการ์ตูนที่ไม่ได้ขายตัวละครไม่มีชื่อติดหูแต่นำเสนอเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาด้วยคุณภาพสูงจะยังคงอยู่รอดในตลาดได้หรือไม่

Checkpoint# พระเอกมันไม่รับพันด้ายที่ส่งมาเพราะเอาแต่มองนมแน่ๆ, อิโนริจัง VIT99
คะแนนรวม: A+
ความน่าติดตาม: 92/100



จิฮายะฟุรุ

ถ้าใครสังเกตหน่อยจะเห็นว่าอนิเมที่สร้างจากโชโจ(การ์ตูนผู้หญิง)ส่วนมากผมจะให้คะแนนค่อนข้างสูงกว่าถัวเฉลี่ย สำหรับเรื่องนี้นั้นเป็นอนิเมที่สนุกมากจริงๆโดยไม่ต้องห่วงเรื่องดูยากเพราะเป็นโชโจเลย จิฮายะฟุรุเป็นอนิเมที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนที่ได้รางวัลการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยมจากรางวัลโคดันฉะครั้งที่ 35 ตัวอนิเมได้สตูดิโอเมพอย่าง Madhouse มาทำให้ (ซีซั่นนี้ Madhouse ไม่ได้ทำหนังฮีโร่แฮะ) งานคุณภาพดีมากจริงๆ เนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเล่นไพ่คารุตะของญี่ปุ่น นางเอกนั้นเป็นสาวน้อยที่ชอบเล่นไพ่คารุตะ และออกค้นหาตัวเองผ่านทางคารุตะ ตอนแรกนั้นเดินเรื่องได้กระชับและน่าติดตาม มีการวางปมของแตละตัวครไว้ชวนลุ้นให้ติดติดตาม อนิเมเรื่องไม่ค่อยจะมีคนพูดถึงเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะว่าสร้างจากการ์ตูนผู้หญิงและมีแนวเรื่องไม่ขาย แต่อนิเมเรื่องนี้เป็นอนิเมที่หาได้ยากยิ่งในยุคอนิเมเซอร์วิสครองเมือง ดังนั้นถ้าพลาดไปจะน่าเสียดายจริงๆ

Checkpoint# ไอ้แว่นมันเป็นนินจาเรอะ...ปัดไพ่เป็นชูริเคนได้, จิฮายะน่ารักมาก!
คะแนนรวม: A
ความน่าติดตาม: 90/100


คนเพื่อนน้อย

อนิเมที่สร้างจากไลท์โนเวลขายดีแถมยังมีตีพิมพ์ในไทยด้วย สารภาพครับว่าผมก็ซื้อมาอ่านแต่อ่านไปนิดเดียวก็ขี้เกียจอ่านต่อ ดังนั้นมันจึงแทบไม่มีผลอะไรกับการดูอนิเมเรื่องนี้เลย บอกตรงๆเลยว่าก่อนดูผมค่อนข้างดูแคลนเรื่องนี้ไม่น้อยเลย ผมคิดว่ามันต้องเหมือนอิโมโตะที่เป็นอนิเมสรรเสริญโอตาคุ แต่พอได้ดูก็พบว่ามันก็มีเนื้อหาธรรมดาๆ พระเอกโดนเข้าใจผิดเจอกับสาวประหลาดๆ พล๊อตราวๆนี้ก็ไม่ได้สดใหม่แต่ไม่ถึงกับเชยไม่ถึงกับโหล แต่ผมคิดว่าตัวอนิเมทำออกมาได้ดี งานดี วาดสาวๆน่ารัก แต่น้ำหนักเส้นแปลกๆแล้วก็ขาดการนำเสนอที่พลิกแพลง ตัวเรื่องวางปมและอารมณ์ได้เหมาะสม ไม่เว่อแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป ดูจากกระแสแล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นกระแสหลักโอตาคุนิยมประจำซีซั่น เห็นว่าจะได้บุหี้อู๊ดๆลุ้นนางเอกกันอีก ผมดูไปตอนเดียวยังบอกไม่ได้ว่าอยู่พรรคไหน แต่จริงๆนะ...ลำบากใจที่จะพูดออกมาเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าอนิเมเรื่องนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน...

Checkpoint# ดีผิดคาด(กัดฟันพูด), เซนะ or โยโซระ ?
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 75/100


เบนโตะ

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงข้าวกล่องครึ่งราคาที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต อนิเมอันเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยถุงน่องและฉากแอ็คชั่น! ดูเผินๆมันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็สามารถทำให้เราเชื่อในพลังของความไร้สาระได้ เบนโตะนี้มีฉากแอ็คชั่นที่เจ๋งและมีพลัง OP ทำได้ดีมาก พระเอกก็พากย์อารมณ์น่าตบกบาลดี เดินเรื่องธรรมดาไปหน่อยซึ่งก็พอจะมองข้ามได้สำหรับเรื่องแนวนี้ ถึงแม้จะรู้ว่ามันไร้สาระก็แต่ก็ยังรู้สึกว่าสนุกไปได้พร้อมๆกัน... เรื่องน่ารู้ก็คือน้องแว่นที่เป็นมาโซในเรื่องนั้นคนพากย์คนเดียวกับบร๊ะเจ้ามาโดกะ....

Checkpoint# ถุงน่อง, มาโดกะมาโซ
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 74/100


Fate Zero

เฟทซีโร่เป็นภาคที่มีเนื้อหาก่อนเฟทภาคหลักที่เคยทำเป็นอนิเมไปแล้ว จุดที่ไม่พูดไม่ได้แน่นอนก็คือเฟทภาคนี้แต่งโดยอุโรบุจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังในข้ามคืนจากสาวน้อยเวทมนต์มาโดกะ (ก่อนหน้านี้อุโรบุจิก็มีชื่อเสียงอยู่ แต่ก่อนและหลัง "มาโดกะ" จำนวนคนที่รู้จักเขาแตกต่างกันมาก) บอกก่อนอีกแล้ว คือผมไม่เคยดูเฟทภาคอนิเม ผมไม่เคยเล่นเกมเฟททุกภาค หรือแม้แต่ภาคไฟติ้ง ผมเคยอ่านเฟทมังงะที่ขายในไทยแล้วรู้สึกว่าไม่สนุก ผมอ่านสาวน้อยเวทมนต์อิลิยาแล้วรู้สึกสนุกมาก นั่นคือทุกอย่างที่ผมรู้เกี่ยวกับเฟท พอผมได้ดูอนิเมตอนแรกที่ความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง สิ่งแรกที่ผมรู้ก็คือมันมีตัวละครชายสูงอายุเยอะมาก ช่วงต้นตอนผมแยกบางคนกับบางคนไม่ออกเลยด้วยซ้ำ และตัวละครก็พูดพล่ามเป็นน้ำท่วมทุ่งกันอย่างเมามันส์ และเป็นบทพูดที่ค่อนข้างเยิ่นเย้อ จนผ่านไปเกือบ 40 นาทีผมเพิ่งจะจับทางได้ว่าอะไรเป็นไร ใครเป็นใคร(ในภาคก่อน) กำลังจะทำอะไร แล้วมันก็จบตอน...

ผมไม่รู้ว่ามีใครได้ทันอ่านกระทู้สุดเลิศของเมพส้มที่พูดถึงเรื่องเฟทนี้ทันมั่ง มันเป็นกระทู้ที่สนุกสนานมากเลย ตัวอนิเมเฟทภาคนี้ทำโดย Ufotable และงานก็ออกมาค่อนข้างดี แต่ตอนแรกนั้นยังไม่มีจุดที่จะแสดงให้เห็นพลังของอนิเมเท่าไหร่ เพราะเอาแต่พล่ามกันทั้งตอน แต่ก็สัมผัสได้ว่าพวกฉากพวกแบ็คกราวด์ หรือคาแรกเตอร์ดีไซน์ ก็ทำออกมาได้ละเอียด คอมโพสภาพดูมีชั้นเชิง แม้คาแรกเตอร์ดีไซน์จะดูแข็งๆไปบ้าง ถ้าพูดกันจริงๆตอนแรกนั้นไม่ค่อยจะมีอะไรดึงดูดเลย ต่างจากปกติอนิเมเรื่องอื่นท