An Unbiased Review Winter Anime 2012

posted on 17 Jan 2012 11:17 by tomare in Article
สวัสดีปี 2012 ยามสายและอนิเมฤดูกาลใหม่ รอกันอยู่หรือเปล่า? เตรียมน้ำร้อนกันไว้หรือยัง? กลับมาอีกแล้วกับ An Unbiased Review ประจำ Winter Anime 2012!! ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวถึงอนิเมในซีซั่นที่แล้วกันเสียก่อน ยาวหน่อยนะ

ซีซั่นที่ผ่านมาผมได้ดู คนเพื่อนน้อย, เบนโตะ, gdgd, Idolmaster Working!! และเพนกวินดรัม จบ ส่วน Fate Zero, Chihayafuru, Horizon ,P4 และ Guilty Crown นั้นเป็นอนิเมที่ยังไม่จบแต่ว่าติดตามอยู่ จะขอเขียนถึงส่วนนี้ก่อนละกัน เริ่มจาก Fate Zero ที่ถึงจะยังไม่จบแต่ก็ไม่ได้ฉายต่อทันที พักไป 1 ซีซั่น Fate Zero เป็นอนิเมที่เริ่มต้นแบบแปลกๆแต่สุดท้ายก็สนุกมาก ทั้งด้านภาพก็ทำได้ดี บทพูดก็เชือดเฉือนกันอย่างเมามันส์ แต่ม้ามืดที่สุดในซีซั่นก็คือ Horizon ที่เริ่มต้นจากศูนย์ไม่ได้มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษ(นอกจากหน้าอกใหญ่มากๆ) แต่กลับทำให้รู้สึกสนุกน่าติดตามอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ดูไม่รู้เรื่องเลย.... อนิเมมหากาพย์สงครามขนาดยาวที่ตั้งอยู่บนบรรทัดฐานว่าตัวละครทุกคนสติไม่ดี จากยอดขายที่สูงมากทำให้ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าจะต้องมีภาคต่อ แต่หากซันไรส์คิดจะทำภาคต่อให้ครบทั้งเรื่อง น่ากลัวว่า Horizon จะยาวถึง 200 ตอนได้สบายๆ ส่วน Chihayafuru นั้นสนุกมากจริงๆ ขณะที่ P4 กลับไม่ดีเท่าที่ควร บางตอนเข้าขั้นแย่แต่บางตอนก็ดีมาก ไม่ค่อยจะคงเส้นคงวานัก ถึงกระนั้นเลยด้วยฐานแฟนจากเกมที่เหนียวแน่นและมีกำลังซื้อก็เลยทำยอดขายสูงสุดในซีซั่น เรื่องสุดท้าย Guilty Crown… กิลตี้คราวน์เอ๋ย...กิลตี้คราวน์....เจ้าช่างทำร้ายจิตใจข้ายิ่งนัก วันนี้ข้าขอสารภาพความในใจทั้งหมด

ผมเขียนรีวิวอนิเมแบบหยาบๆครั้งแรกปี 2007 จนมามีดราม่าตอนปี 2008 จากนั้นก็เริ่มเขียนอย่างเป็นชิ้นเป็นอันทุกซีซั่นเรื่อยมา เขียนดีมั่งห่วยมั่งคละเคล้ากันไป ทุกครั้งที่ผมย้อนกลับไปอ่านผมก็ได้เห็นสิ่งที่ตัวเองเขียนไปนั้นก็เป็นไปตามที่คิดบ้างไม่เป็นไปตามที่คิดบ้างตามประสา แต่เรื่องที่ผมชอบก็ยังเป็นเรื่องที่ผมชอบเสมอ ทว่า...Guilty Crown นั้นทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมรู้สึก อับ อาย มาก เวลากลับไปอ่านรีวิว Guilty Crown ของตัวเอง นี่กรูเขียนลงไปได้ไง! ประโยคอย่าง​ "◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦" (ไม่อยากแม้แต่จะกลับไปก๊อปมาให้อ่าน) อ่านแล้วอยากจะตายหนีความขายหน้านี้ไปให้รู้แล้วรู้รอด นี่กรูอวยอนิเมเถือกนี้สุดลิ่มได้เยี่ยงไร! นี่ต้องเป็นตราบาปที่สร้างแผลใจให้กับผมไปอีกนาน เป็นความผิดพลาดชั่วชีวิตที่ยากจะลบล้าง กิลตี้คราวน์นั้นสามารถทำให้การคาดหวังของผมดับสูญเสียเปล่าอย่างสิ้นเชิง มันเป็นอนิเมที่ไม่สนุกเลย พล๊อทเรื่องไม่มีเหตุผล ตัวละครกลวงโบ๋ การพัฒนาของตัวละครที่ไร้มิติและการกระทำมากมายที่ไม่มีเหตุผลรองรับ สิ่งเดียวที่ดีคืองานอนิเมชั่นและเพลง(เอ๊ะ...สองอย่างนี่หว่า แต่ช่างมันเถอะ)กิลตี้คราวน์นั้นสนุกที่สุดคือตอนแรก รองลงมาคือตอนที่สอง จากนั้นความสนุกมันก็รูดลงเรื่อยๆเหมือนกราฟเอกซ์โพเนนเชียล มีคำพูดนึงจากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ใช้นามสมมติว่า [เจ้าหญิงS] วันนึง [เจ้าหญิงS] ตรัสไว้ว่า "Guilty Crown ก็เหมือนกับหุ้น IPO ที่ซื้อมาเพราะว่ามีคนเชียร์ พอเปิดตัวจริงๆราคาเสือกลงฮวบๆ ก็ได้แต่ถือไว้แล้วหวังว่าสักวันมันจะขึ้น" พอผมได้ยินแล้วแทบจะมุดแผ่นดินหนี อยากจะลบรีวิวกิลตี้คราวน์ทิ้งแล้วทำเป็นว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่าลงไว้หลายที่เกิน.... ผมขอกราบขอขมาแฟนๆบล๊อกทั้งห้าแสนสามหมื่นล้านคนที่อ่านรีวิวซีซั่นก่อนแล้วหันมาติดตามกิลตี้คราวน์แต่ปรากฏว่าผิดหวังไม่สนุก ก่าก เหลาเหย่ เห่ย บัดซบ งี่เง่า หน้าอกแบน อิโนริไทเกอร์คิก NTR อินเซส วีลแชร์จังไม่เอเลแกนท์ สึกุมิสกรีนไทม์ต่ำกว่าแมว ก็ขอให้ทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนะครับ

สำหรับเรื่องที่จบลงในซีซั่นที่ผ่านมาก็คือ คนเพื่อนน้อย ที่เหมือนจะเป็นอนิเมโอตาคุไร้สาระแต่ก็มีทิศทางและสนุกสนานกว่าที่คิด ใครสักคนเคยถามว่าผมอยู่พรรคอะไร ถ้าเทียบแค่ทั้งสองคนนางเอก เนื้อ>โยโซระ ครับ เนื้อเป็นตัวละครที่เห็นแล้วอยากจะรังแกและทะนุถนอมไปพร้อมๆกัน ส่วนโยโซระนั้นเป็นตัวละครที่ไม่ควรแม้แต่จะเกิดมาบนโลกนี้ให้เปลืองอ๊อกซิเจนครับ แต่ถ้าเอาทั้งเรื่องผมชอบริกะที่สุด หื่นดี :P เรื่องที่สองคือเบนโตะ สนุกแบบพวกเอ็งอย่ามาทำหน้าซีเรียสกับเรื่องปัญญานิ่มสิวะ! สำหรับ Working!! ภาคนี้ไม่มีการพัฒนาของตัวละครให้ติดตามแบบภาคแรกก็เลยดูจืดๆไปบ้าง แต่ก็ยังดูได้สนุกดี ไอดอลมาสเตอร์นั้นจริงๆแล้วผมดูข้ามๆนะ ไอดอลมาสเตอร์นี่ถ้าตอนไหนมันมีเอกภาพจะค่อนข้างสนุก ถ้ามันยำหลายๆตัวรวมกันจะเละเทะไปหมด ผมชอบตอนของริสึโกะที่สุด แต่ชอบทาคาเนะกับมิกิเป็นการส่วนตัว ส่วนเพนกวินดรัมที่ตกค้างมาจากซีซั่นก่อนนั้น... มันเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย เพนกวินดรัมเป็นอนิเมที่จะบอกว่าสนุกก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่สามารถบอกได้ว่าเป็นอนิเมที่ยากจะเลียนแบบเรื่องนึงเลยทีเดียว ก่อนตายหากได้ดูสักครั้งก็เป็นเรื่องไม่เสียหายอะไร สุดท้ายคือ gdgd แฟรี่ส์ ที่ตลอดเวลาที่ดูก็เกิดคำถามว่าไอ้อย่างนี้น่ะเรียกว่าอนิเมหรือเปล่าวะ? แต่กลับฮาขี้แตกขี้แตนได้อย่างไม่น่าเชื่อ สนุกกว่านิจิโจสักแปดแสนเท่า (เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ค่าความสนุกนิจิโจนั้นเป็นลบ แปดแสนเท่านี่มันเท่าไหร่กันแน่?) ใครก็ตามที่ดู gdgd จนถึงตอนจบนั้นผมกล้าพูดได้เลยว่าคุณต้องเสียน้ำตาแน่นอน คำเตือน: ห้ามดูเกินวันละสองตอน เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและสมอง

ไปๆมาๆพูดถึงซีซั่นก่อนซะยาวเลยแฮะ....สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนก็เหมือนเดิมละกัน เต็มร้อยคะแนน คุณภาพไม่เกี่ยวกับพล๊อท ดูไม่จบก็ F …ทำไมคำอธิบายมันสั้นลงเยอะเลยเนี่ย เรียงจากห่วยไปดีนะครับคราวนี้

• คิลมีเบบี๋

เรื่องนี้ถ้าจำไม่ผิดผมเห็นเป็นมังงะของรักพิมพ์ อ่านชื่อเรื่องก็เดาได้แล้วว่ามันต้องไม่สนุกแน่ๆ ไม่รู้ผีห้าซาตานอะไรดลใจให้จับมาทำอนิเม เอาก็เอาเถอะ นิจิโจก็ดูจบมาแล้ว กลัวอะไรกะอีแค่อนิเมปัญญานิ่มอีกสักเรื่อง! เปิดมาปุ๊บเจอ OP มะเร็งระยะสุดท้ายทำลายความเชื่อมั่นลงในบัดดล หลังจากอดทนดูไปได้ 2 นาทีผมก็พบว่ามันไม่สนุกเลย ไม่ขำเลย ไม่ขำยิ่งกว่านิจิโจอีก แถมไม่มีแรงขับเคลื่อนให้ต่อสู้กับมันแม้แต่น้อย มุกเพื่อนนักฆ่าวัยมัธยมก็ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์ มุกก็ไม่ได้ตลกอะไร จะยิ้มมุมปากสักนิดยังไม่มี ถ้าถามว่าอะไรที่พอจะทำให้ดูได้สนุกบ้างก็คงจะเป็นการที่ตัวละครมาทำท่าน่ารักๆเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาเลย ปิดไปนาทีที่ 4 ไร้ความสุนทรีย์และแรงบัลดาลใจโดยสิ้นเชิง

Checkpoint: OPที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ความน่าติดตาม: พูดเรื่องอะไรน่ะ?
คุณภาพ: F
• Zero no Tsukaima F

ขี้เกียจเปิด
คะแนน: --/100
คุณภาพ: F
• ขลุ่ยกระเป๋า

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของราชินีพระเจ้านักพากย์บิทช์ผู้ฟาดนักร้องแบ็คอัพในวงตัวเองมาแล้ว3คน เธอคนนั้นจะเป็นใครได้อีกนอกจาก ฮิราโนะ อายะ คนนี้นี่เองเองเอง(เอคโค่ซ้ำ3ครั้ง) เรคคอร์เดอร์กับกระเป๋ารันด์เซลเป็นอนิเมเรื่องใหม่เพียงเรื่องเดียวในซีซั่นนี้ที่ ฮิราโนะ อายะ สุดยอดเซยูแห่งสหัสวรรษลดฐานะอันสูงส่งลงมาพากย์ เธอได้พากย์เป็นซาโยะเพื่อนของพี่สาวพระเอก เธอมีบทพูดในตอนนี้ถึงสามครั้ง! แค่นั้นก็เพียงพอแล้วให้แฟนคลับออกมาชื่นชมล้นใจน้ำตาไหลซึ้งงงงงง

เรคคอร์ดเดอร์กับกระเป๋ารันด์เซลเป็นอนิเมสั้นแนวตลกสบายๆ เนื้อหาเกี่ยวกับเด็กประถมที่ร่างกายเหมือนมนุษย์เงินเดือนกับพี่สาวที่อยู่ชั้นมัธยมแต่หน้าตาเหมือนเด็กประถม มุกในเรื่องก็ฮาดี สั้นๆ ดูเพลินๆก็ไม่เสียหายอะไร ขำกว่าคิลมีเบบี๋เยอะ

Checkpoint: การกลับมาดั่งพญาวิหคเพลิงฟินิกส์คืนชีพของนักพากย์ในตำนานไร้พ่ายแสนอื้อฉาว
คะแนน: 22/100
คุณภาพ: D


• Highschool D&D

เซอร์วิสอนิเมเต็มตัวประจำซีซั่น มุมกล้องมักจะอยู่ต่ำกว่าระดับกระโปรงและบ่อยครั้งที่ตัวละครจะถอดเสื้อผ้าโดยไม่ได้นัดหมาย Highschool D&D เดินเรื่องด้วยเด็กมัธยมชายวัยหื่นอย่างไม่ปิดบัง นางเอกของเรื่องเป็นสาวทรงโตชอบโชว์ แต่ว่ากันจริงๆแล้วอนิเมก็สนุกกว่าที่คิด(เพราะคิดว่าจะแย่มาก) จังหวะเรื่องและมุกตลกก็สอดแทรกกำลังดี ติดเสียแต่ที่ชอบถอดเสื้อผ้าแบบกระทันหัน(หรือว่านั่นเป็นเรื่องที่ดี!?) ผมไม่ค่อยชอบนางเอกผมแดงเพลิงเท่าไหร่ ดูคาแรกเตอร์เจ๊แกเดิมๆชอบกล ราชินีเปอร์เฟ็คคัพFกับทาสเศษมนุษย์(พระเอก) ผมชอบยูมะปีศาจที่มาหลอกพระเอก ดูหลากหลายจริงใจดี แต่เหมือนว่าอีกสองตอนก็จะงอกซะแล้ว...เสียดายจัง สิ่งที่ผมตะลึงที่สุดในตอนแรกนี้ก็คือการปรากฏตัวของโคเนโกะเพื่อปัดหอกให้รีอัส approach scene ของเธอคือกางเกงในลายจุดก่อนจะได้เห็นหน้าของเธอเสียอีก คิดว่าผมน่าจะจำเธอได้จากกางเกงในลายจุดโดยที่ไม่ต้องเห็นหน้าเลย ทำไมถึงเป็นลายจุดล่ะ? สีขาวอย่างเดียวน่าจะดีกว่านะ?

checkpoint: นมใหญ่มาก, นาฬิกาปลุกน่าเป็นเจ้าของ
คะแนน: 27/100
คุณภาพ: D+
• โมเรทสึไพเรท

ซีซั่นนี้อนิเมที่รู้สึกเหมือนหลุดมาจากยุค 90 ตอนปลายหรือ 00 ตอนต้นเยอะมาก โมเรทสึไพเรทก็เป็นอีกเรื่อง สาวน้อยธรรมดาๆที่จู่ๆก็กลายเป็นกัปตันยานสลัดอวกาศซะงั้น ตัวงานคุณภาพไม่เลว จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างเนือยๆและเก่าไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เชยมากนัก มีตัวละครร่วมสมัยอย่างสาวแว่นถุงน่องงามมาให้กระชุ่มกระชวย มีเพลงเปิดที่หนวกหูพอให้หงุดหงิด พล๊อทโดยรวมก็ไม่มีอะไรใหม่ นักพากย์ดังๆหลายคนอยู่ ก็พอดูได้เรื่อยๆถ้าคิดถึงอนิเมแนวผจญภัยในอวกาศอารมณ์เก่าๆ

checkpoint: จิอากิพากย์เมดอีกแล้ว, สาวแว่น+เซ็ตไตเรียวอิคิ+ฮานาคานะ=WIN
คะแนน: 32/100
คุณภาพ: B
• ซิมโฟเกียร์

สำหรับเรื่องซิมโฟเกียร์ตอนแรกนี้เป็นความน่าสะพรึงอย่างแท้จริง ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ซิมโฟเกียร์ตอนแรกนั้นก็เป็นความบันเทิงที่ยากจะลืมเลือน เปิดเรื่องฉากงานศพแล้วก็ย้อนเล่าเรื่องด้วยหญิงสาวที่ถูกตีตราว่าจะต้องเป็นศพและยังมีเสียงเหมือนบร๊ะเจ้ามาโดกะ จากนั้นก็เป็นฉากคอนเสิร์ทของไอดอลคู่หูที่...น่าขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง ฉากคอนเสิร์ทพยายามทำขึ้นอย่างอลังการ แต่ว่าทำออกมาได้ตลกและงี่เง่ามาก ท่าเต้นสุดบรรเจิด+เพลงของมิซึกินานะ ฉาก 3D ที่เปอร์สเป็คตีพสับสน ทุกอย่างหลอมรวมเป็นความอับอายแสนสลด ระหว่างที่อารมณ์กำลังหม่นหมองจากท่าเต้นที่ราวกับซิกนัสเฮียวงะจะยิงไดมอนดัสต์นั้น อนิเมก็เซอไพรส์ให้คนดูตะลึงด้วยการส่งกองทัพมนุษย์แครอทผูกโบว์ถือเตารีดสองมือออกเข่นฆ่ามนุษย์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต! (ชื่อรหัสภายใน: มนุษย์ดาวเผากระท่อม#1) ทันใดนั้นเองสาวไอดอลทั้งสองคนบนเวทีก็แปลงร่างจับดาบและหอกออกต่อสู้กับไดโนเสาร์คูลฟิเวอร์ ระหว่างที่ร้องเพลงเองไปพลางบู๊ไปพลางขึ้นป้ายบอกชื่อท่าไม้ตายไปพลาง สาวน้อยที่ปักธงงานศพและเสียงเหมือนบร๊ะเจ้ามาโดกะกลับโดนลูกหลงอกทะลุ คนที่คิดว่าเก่งที่สุดในตอนนั้นก็ร้องเพลงเมกันเต้ตายไปซะเองแทน.... แต่มันยังไม่ใช่แค่นั้น.... ท้ายตอนสาวน้อยที่ปักธงงานศพและเสียงเหมือนบร๊ะเจ้ามาโดกะก็แบกเด็กประถมปีนขึ้นดาดฟ้าแล้วแปลงร่างเป็นโหมดบ้าคลั่ง! จบตอนตะลึงตึงๆ!!!!

ซิมโฟเกียร์เป็นอนิเมที่ทำให้คนดูต้องตกตะลึงไม่ว่าจะด้วยทางไหนซักทางอยู่ตลอดเวลา อาจจะเป็นด้วยพล๊อท ด้วยเพลง ด้วยคุณภาพ ด้วยมอเตอร์ไซค์ ด้วยพฤติกรรมของตัวละคร ด้วยหน้าตาของสัตว์ประหลาด ทุกอย่างล้วนทำให้คนดูตกตะลึงอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยโดยไม่แยแสว่าจะเป็นด้านดีหรือด้านร้าย ตัวงานคุณภาพค่อนไปทางแย่-ห่วยที่สุด คาแรกเตอร์ดีไซน์ห่วย คุณภาพอนิเมชั่นห่วย พล๊อทตะลึง เพลงอะไรไม่รู้ นักพากย์ชื่อดัง พอรวมกันมากๆอย่างอลหม่านแล้ว ผมก็เริ่มจะสับสนมึนงงจนคิดว่ามันก็สนุกแบบมั่วๆดีนะ...ตอนหน้าคงไม่พลาดแน่

Checkpoint: นอยส์น่ารักมาก, มันอาจจะมีพลังหรืออะไรบางอย่างอยู่ก็เป็นได้
คะแนน: 36/100
คุณภาพ: F
• Brave10

บุคคลในประวัติศาสตร์ยุคสงครามดูเหมือนจะเป็นอาหารอันโอชะแก่จินตนาการของสาวฟุสมัยนี้เสมอ สำหรับ Brave10 นั้นจับเอา 10 ผู้กล้าซานาดะมาปรุงโฉมใหม่ออกมาเป็นแก๊งค์หนุ่มหล่อสุดเท่ห์(และสองสาว)ให้สาวๆน้ำลายหกกันอีก Brave10 ออริจินอลนั้นเป็นมังงะตีพิมพ์ในบ้านเราด้วย ลายเส้นจะคมเฉียบกว่าในอนิเมนิดหน่อย สำหรับเรื่องนี้จะต่างจากอนิเมหนุ่มหล่อเรื่องอื่นนิดหน่อยตรงที่มีนางเอกมาจีบปากจีบคอเป็นตัวเดินเรื่องหลัก แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์หรือคุณงามความดีอะไรเป็นพิเศษ(ตกใจแล้วเรียกแบล็คโฮลได้) แต่การมีตัวตนของอิซานามินั้นทำให้ผมดูอนิเรื่องนี้ได้โดยไม่ลำบากใจ ฉากแอ็คชั่น คุณภาพงาน การเดินเรื่อง ก็ทำได้ไม่เลว ข้องใจนิดหน่อยก็ตรงสมัยญี่ปุ่นยุคสงครามเนี่ยมีspatsใส่กันแล้วเหรอ

Checkpoint: อ่านจนลืมไปแล้วว่าเรื่องเป็นไง, สงสารผู้ร้าย
คะแนน: 42/100
คุณภาพ: C
• ป๊ะป๋า

เรื่องนี้ตอนแรกที่เห็นภาพโปรโมทก็คิดว่าจะเป็นแนวฮาเรมบุฮี้ชวนเบื่อ แต่พอดูจริงๆพบว่ามันก็มีพล๊อทเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่นะเนี่ย เป็นเรื่องน่าเสียใจอยู่ไม่น้อยเลยที่วัฒนธรรมหกล้มหน้าทิ่มกางเกงในนั้นกำลังจะเลือนหายไปกับประวัติศาสตร์ ซีซั่นนี้ยังไม่พบเจอ event อนุรักษ์นิยมแบบนั้นเลยสักครั้ง สำหรับป๊ะป๋าเรื่องนี้เต็มที่ก็เพียงแค่ event เปิดประตูห้องน้ำไปเจอตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น พล๊อทเรื่องคือพระเอกเป็นหนุ่มมหาลัยที่มีหลานสาวสามคน สองคนโตเป็นลูกติดสามีพี่สาว(กรุณาอ่านซ้ำอีกครั้งหากลำดับญาติไม่ถูก) ดังนั้นจึงไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด ไม่อินเชสแต่อินคุกเฉยๆ ส่วนคนสุดท้องนั้นเด็กเกินกว่าจะคิดอะไรเกินงาม ในเรื่องยังมีสาวมหาลัยทรงโตที่เด่นจนมังงะต้องถึงกับสปินออฟให้ ดังนั้นใคร WIN ใครไม่ WIN ก็ไม่ต้องลุ้นกันแล้วสินะ...หึหึ

Checkpoint: สาวมหาลัยทรงโต>ฮารุฮิโคลน, คาแรกเตอร์ดีไซน์สวย
คะแนน: 50/100
คุณภาพ: B
• ดันชิโคโคเซย์โนะนิจิโจ

พูดให้เข้าใจง่ายๆว่าคืออะไร ดันชินิจิโจโคโคเซย์ก็คือนิจิโจเวอร์ชั่นผู้ชายนั่นเอง ต่างกันแค่นิดเดียวคือดันชิโคโคเซย์นิจิโจจะตลกแต่นิจิโจจะไม่ตลก เห็นภาพมั้ยครับ? อนิเมเรื่องนี้จะเป็นฝั่งมุมมองผู้ชาย ดังนั้นมุกในเรื่องจะซกมกตัวผู้ซะเป็นส่วนมาก สาวๆในเรื่องก็มีบ้างประปราย แต่แทบจะไม่ได้เห็นหน้าสักเท่าไร่(ไม่วาด) ดังนั้นถ้าหวังจะพึ่งพาโมเอ้แฟ็คเตอร์(ไม่ใช่ชื่อคน)ก็คงจะต้องผิดหวังไป ตัวงานอยู่ในระดับกลางๆแต่ก็เหมาะสมกับโทนเรื่องและแก๊กตลกดี มุกแต่ละมุกขำจริง ฮาจริง ไม่กริบ ไม่เก็ปเปลดองเกอร์ ไม่ต้องเก็บโทรฟี่ คอนเฟิร์ม!

Checkpoint: เหมาะสำหรับผู้ชาย, ฮาเสื่อม
คะแนน: 53/100
คุณภาพ: D
• Aquarion EVOL

อนิเมหุ่นยนต์ที่มีกลิ่นเก่าๆอีกเรื่องนึง Aquarion EVOL เป็นภาคต่อจาก Genesis of Aquarion (2005) แม้จะไม่นานมากแต่พอรู้ตัวอีกทีก็จะ 7 ปีแล้ว... สิ่งที่โดดเด่นของ Aquarion ในสมัยแรกก็คือเพลงที่เพราะและหุ่นยนต์เป็น 3D สำหรับตอนนี้หุ่นเป็น 3D เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ตัวงานก็คุณภาพใช้ได้ พล๊อตเรื่องน่าติดตามและทำให้คนที่ดูภาคแรกมารู้สึกถวิลหานิดหน่อย คาแรกเตอร์ดีไซน์นั้นออกแบบมาได้ดี (มิโคโนะน่ารัก แต่อีโมได้ KY มาก) เหตุผลในเรื่องก็ตามแบบฉบับเก่าเลย ความรักชนะทุกสิ่ง.... ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือท่าไม้ตายที่ชี่อท่าสุดแสนจะมุกเสี่ยว.... ประเดิมท่าไม้ตายแรกชื่อว่า "Flying Love Attack" ที่ถ้าอ่านจากภาษาอังกฤษยังเลี่ยนไม่พอให้อ่านจากคันจิจะได้เป็น​ "สัมผัสรักทะลวงสวรรค์" แทน ยังดีนะที่ไม่ต้องตะโกนชื่อท่าไม้ตายด้วย รวมๆแล้วก็สนุกดีน่าติดตาม แต่ขอแค่อย่าจบแบบภาคแรกก็พอ...ไม่งั้นสาวๆน่ารักเป็นร้อยคนก็แม่มไม่มีฟามหมาย

Checkpoint: AKINO FTW, สู้กันในเมืองบ้านไม่ยักกะพังเท่าไหร่
คะแนน: 61/100
คุณภาพ: B
• อาโนะนัตสึ

และแล้วในที่สุด J.C. ก็เอาจริงกับเขาเสียที กับอนิเมเลิฟคัมดี้กลิ่นเก่าๆที่ไม่ว่าจะนั่งดูนอนดูยังไงมันก็คือโอเนไง้ทีชเชอร์สามชัดๆ หรือจะเป็นโอเนไง้เซมไปก็ได้.... ทีมที่ทำอนิเมชั่นเป็นชุดเดียวที่ทำอาโนะฮานะ (รับงานข้ามไปมาเป็นเรื่องปกติในวงการ) การเคลื่อนไหวและมุมกล้องทำได้ดีแต่ว่าแบ็คกราวด์ยังดูหยาบๆไปบ้าง เปิดเรื่องได้เชยนิดหน่อยจนทำให้เดาต่อได้ง่าย คาแรกเตอร์เพื่อนๆน่ารักดี นางเอกถึงจะพากย์โดยโทมัตจี้(อีตูด@อาโนฮานะ, เทพเถิก@คันนางิ)แต่คาแรกเตอร์นางเอกไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ อย่างที่บอกคือเรื่องนี้มีกลิ่นเก่าๆของโอเนไง้ทีชเชอร์แรงมาก ทำให้แฟนรุ่นเก่าๆ(ที่เริ่มจะแก่)สมควรหามาดูเพื่อรำลึกความหลังเป็นอย่างยิ่ง

Checkpoint: ตอนหน้ามันจะแต่งงานกันมั้ย, ป๊อกกี้ล่ะเฮ้ย 
คะแนน: 65/100
คุณภาพ: B
• อินุxโบขุ SS

สุดยอดอนิเมถุงน่องงามแห่งซีซั่นนี้ เวลานี้แล้วเราต้องยอมรับว่า David Production นั้นช่างเป็นเทพสตูดิโอปรมาจารย์ในการรังสรรค์ถุงน่องจริงๆ หลังจากถุงน่องเทพประทานของยาริซุยเซมไปในเบนโตที่งดงามดั่งสวรรค์สร้าง มาคราวนี้หนูริริจิโยะนั้นสามารถกล่าวได้เลยว่าเธอเกิดมาถุงน่อง... ไม่สิ ถุงน่องทั้งปวงล้วนกำเนิดเกิดมาเพื่อริริจิโยะต่างหาก! ในยุคสมัยอันแร้นแค้น โบคุโกะที่นับวันจะยิ่งหายากระดับอัลตร้าแรร์ อินุโบคุเป็นอนิเมที่สามารถปลอบประโลมจิตใจที่แห้งเหี่ยวสิ้นหวังได้เป็นอย่างดี

อินุโบคุเป็นเรื่องเกี่ยวคอนโดผี มีตัวประหลาดๆมาอยู่รวมกัน แต่ประเด็นหลักของเรื่องคือสาวน้อยวัยยังไม่แตกพานกับคนรับใช้หนุ่มหล่อต่างหาก ดูเผินๆจะนึกว่าแนวโชโจแต่ว่าก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะว่ามีฉากเซอร์วิสเยอะเหลือเกิน งานก็ออกมาดี หรืออีกมุมนึงก็จะเรียกว่านี่เป็นชีวประวัติของยามาดะก่อนจะหนีออกจากบ้านไปกินนอนร้านอาหารก็เป็นได้

Checkpoint: ถุงน่อง *แฮ่กๆ*, ยามาดะ!
คะแนน: 71/100
คุณภาพ: B
• Another

งานล่าสุดของ P.A. ที่คราวนี้จับเรื่องสยองขวัญที่ปกติไม่ค่อยมีใครทำอนิเมกันเท่าไหร่ P.A. ก็ยังมีจุดเด่นเรื่องบรรยากาศโลเคชั่นและการเก็บรายละเอียดแบ็คกราวด์เหมือนเดิม สำหรับ Another ก็มีบรรยากาศวังเวงเย็นยะเยือก มืดมนและหดหู่ คล้ายๆกับหนังผีญี่ปุ่น ขัดใจนิดหน่อยก็ตรงตัวละครที่ออกแบบโดย อิโต้ โนอิจิ นั้นหน้าตาน่ารักเกินไป ไม่เข้ากับโทนเรื่องขวัญผวาแบบนี้เลย เนื้อหาในตอนแรกยังเป็นการปูพื้นเรื่องโดยให้คนดูมีความรู้สึกร่วมกับตัวเอกที่เต็มไปความไม่รู้และปริศนา ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้พบเท่าไหร่กับอนิเมแนวระทึกขวัญแบบไม่แฟนตาซีที่สร้างบรรยากาศได้เยือกเย็นแบบนี้ ถ้าเปลี่ยน อิโต้ โนอิจิ กับ เอากาลีเอ้ยอาลีโปรเจ็คออกไป อนิเมเรื่องนี้จะไร้ที่ติเลยทีเดียว สำหรับอนิเมแนวนี้ความสนุกก็คือการที่เราไม่รู้อะไรเลยและดิ้นรนขวนขวายค่อยๆรู้ทีละเล็กทีละน้อย บทสรุปว่าจะชอบหรือไม่ชอบอาจจะอยู่ที่ 5 นาทีท้ายสุดของเรื่องก็ได้ แต่สำหรับตอนแรกนั้นผมประทับใจในบรรยากาศที่เย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่ง

Checkpoint: หน้าตาจิ้มลื้มกันจังแหม, โรงเรียนสกปรกมาก สมควรไล่ภารโรงออก
คะแนน: 78/100
คุณภาพ: A
• Lagrange

อนิเมหุ่นยนต์หัวใหม่ที่สปอนเซอร์โดยนิสสัน เป็นอีกเรื่องที่ได้กลิ่นอนิเมยุค 90 อีกแล้ว คำจำกัดความของเรื่องนี้ที่ใช้โปรโมทคือ "อนิเมหุ่นยนต์ที่ดูแล้วอารมณ์ดี" มาโดกะที่ไม่ได้เป็นสาวน้อยเวทมนตร์แต่บ้าพลังมีชะตากรรมจับพลัดจับผลูจนได้ขับหุ่นยนต์ยักษ์ออกไปบู๊และประเดิมด้วยท่าไม้ตายแห่งมนุษยชาติอย่างเยอรมันซูเพล็กส์ คาแรกเตอร์ดีไซน์น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ดี มาโดกะคนนี้ที่ไม่ได้เป็นสาวน้อยเวทมนตร์นั้นมีคาแรคเตอร์โดนใจผมมาก เหมือนโยโกะ(ยามาโมโตะโยโกะ)+โนริโกะ(กันบัสเตอร์)ผสมกัน คือไฮเปอร์และอารมณ์ดี แถมรันที่โผล่มาก็ให้อิมเมจเหมือนโอเน่ซามะ(ไดบัสเตอร์)อยู่นิดหน่อย งานก็ดีจนไม่อยากเชื่อว่าเป็น XEBEC (+IG) เดินเรื่องแบบสนุกสนานไม่ซีเรียสสอดแทรกด้วยมุกตลกนิดเซอร์วิสหน่อย ตัวหุ่นยนต์ออกแบบแนวสมัยใหม่ดูบอบบางไม่ถึกทึนบ้าพลังอย่างนิสัยนางเอก ถ้าหวังให้มันตัวใหญ่ๆอลังการคงต้องให้ GAINAX ทำละมั้ง เพลงเปิดและปิดร้องโดยนาคาจิม่า เมกุมิ ก็เพราะดีน่ะนะแต่ไม่น่าจะทั้งเปิดและปิด มีคนอื่นสักเพลงให้ไม่จำเจดีกว่า โดยรวมแล้วเป็นอนิเมที่ดูแล้วสนุกมากเป็นอย่างยิ่ง

Checkpoint: มารุ!, เยอรมันซูเพล็กส์
คะแนน: 82/100
คุณภาพ: B+
• นิเสะโมโนกาตาริ

จริงๆก็ไม่อยากจะเขียนถึงเท่าไหร่หรอกนะ-นิเสะโมโนกาตาริเนี่ย! แต่ถ้าไม่เขียนก็คงจะโกรธกันล่ะสิ!! ก็ช่วยไม่ได้ล่ะน้า~ (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงซึนเดเระแบบที่ชอบ) ด้วยเหตุผลที่ว่านิเสะโมโนกาตาริเป็นภาคต่อของบาเกะโมโนกาตาริ ซึ่งจะเข้ากับกฏที่ผมตั้งเองว่าถ้าเป็นอนิเมภาคต่อผมจะไม่เขียนถึง แต่มอร์เฟียสเคยกล่าวไว้ว่า กฏบางข้องอได้และกฏบางข้อ...หักได้ ดังนั้นก็ลืมๆมันไปซะเถอะ

หลังจากดูตอนแรกไปก็มั่นใจว่าซีรี่ส์◦◦โมโนกาตาริเนี่ย มันเป็นซีรี่ส์ที่ยากเข้าถึงพอตัว ไม่สามารถขยายฐานตัวเองแบบง่ายๆเร็วๆได้ สร้างเฟรนไชส์ยาก แต่ในทางกลับกันคนที่ดูซีรี่ส์นี่แล้วถูกใจ ก็จะถูกใจมากกว่าปกติเช่นกัน แม้ว่าเปลือกนอกของ◦◦โมโนกาตาริจะเต็มไปด้วยสาวๆน่ารักน่าชังหลากหลายบุคลิกเหมือนแนวฮาเรม แต่เปลือกอีกชั้นนึงของซีรี่ส์นี้ก็คือการใช้ภาษาที่ซับซ้อนหลายขั้น(หรือเปรียบเทียบแบบไทยๆว่าแนวทดลอง) การวางปมที่ยากจะรู้ตัว และความเยิ่นเย้อของบทสนทนาที่มีความหมายซ่อนไว้ระหว่างบรรทัด ซึ่งถ้าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยอ่านหรือดูบาเกะโมโนมาก่อนพอเจอนิเสะโมโนตอนแรกก็อาจจะผงะไปกับบทพูดจำนวนมหาศาลที่ทั้งมีสาระและไม่มีสาระและแฝงสาระไว้พรั่งพรูออกมาจนท่วมหัว สิ่งนี้เป็นทั้งกำแพงกั้นไม่ให้คนเข้าไปและก็ยังเป็นกำแพงทึบที่ปิดไม่ให้เราออกมาเช่นกัน ทางเลือกมีสองอย่างคือหันหลังและเดินจากไปอย่างมึนงง กับสนใจใคร่รู้ว่าทุกอย่างที่ไม่เข้าใจนั้นคืออะไรกันแน่

นิเสะโมโนกาตาริตอนแรกพิสูจน์ว่าเวลาคนเรามีเงินแล้วอะไรๆก็เปลี่ยนไป บาเกะโมโนกาตาริตอนแรกนั้นก็มีคุณภาพอนิเมชั่นระดับสูงมากแล้ว แต่นิเสะโมโนกาตารินั้นยังสูงยิ่งกว่า ฉากฮิตางิเล่นสนุกกับอารารากินั้นสวยและระทวยมาก เล่นแสงและสีเปลี่ยนอารมณ์อย่างมีชั้นเชิง ในฉากที่คุยกับมาโยยก็มีภาพ Cut แทรกที่คุณภาพสูง(และคุกคามทางเพศ)ที่ดีเกินกว่าจะมาเปิดทิ้งไม่ถึง 1 วินาทีอยู่มากมาย และนิเสะก็ยังคงเป็นนิชิโอะอิชินism บทพูดโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนเมามันส์และรัวเป็นปืนกลยังคงอยู่อย่างครบถ้วน เหล่านักพากย์เซ็ทเดิมก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นิเสะโมโนกาตาริสามารถตอบสนองความคาดหวังของฐานแฟนเดิมได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าในตอนแรกนี้ซีนฮิตางิจะระทึกเร้าใจขนาดไหนก็อดจะพูดถึงฉากคุยกับมาโยยที่กินใจไม่ได้ (ซึ่งก็มีบทอยู่แค่นี้หล่ะมาโยย) ก่อนจะเริ่มฉายนิเสะโมโนกาตาริ ชาฟท์ปล่อยตัวเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายที่แสดงตัวตนว่า "กุหื่น กุเจ๋ง กุบ้า" อย่างชัดเจนไม่ปิดบัง ต่างจากตอนบาเกะที่จะมีอารมณ์แบบปริศนาลึกลับแฝงอยู่ ก็ชัดเจนกันไปเลยดีกว่า.... ไม่ต้องเก๊กให้เสียเวลาอีกต่อไป

สำหรับใครที่พูดว่า "Bakemonogatari(2) อยู่ไหน" จะได้รับสคิลหูทวนลมของผมไป

checkpoint: นาเดโกะ>มาโดกะ(หัวเราะ), ล่วงละเมิดทางเพศผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ
คะแนน: 90/100
คุณภาพ: A

• อามางามิ SS+

Impossible to gauge!

Checkpoint: โปรล๊อก 6 ตอนก่อนจะเริ่มฉาย "อามางามิ SS+ ไอจังอีสมายไวฟ์" ความยาว 2 ตอน และเอปิล๊อกปิดท้ายอีก 4 ตอน
คะแนน: 100/100
คุณภาพ: SS+


ปัจฉิมลิขิต คะแนนเฉลี่ยเยอะกว่าปกติ ไม่รู้ว่าผมใจดีขึ้นหรือซีซั่นนี้มันสนุกขึ้นก็ไม่รู้นะ เรื่องที่ไม่ได้เขียนก็มี Area no Kishi ที่ข้ามๆไปเพราะขี้เกียจ โรงอาบน้ำโรมันก็ข้ามไปเพราะอนิเมสั้นๆ แถมเป็น Flash อนิเม ถ้าให้อธิบายสั้นๆก็ถ้าอ่านมังงะแล้วไม่ต้องดูก็ได้ และอีกเรื่องก็คือ Black Rock Shooter ที่กว่าจะฉายก็ปาเข้าไปเดือนหน้า ก็เลยละไปแล้วกัน ที่พิเศษหน่อยคือมิลกี้โฮมII ผมเพิ่งจะได้ดูเป็นครั้งแรก ภาคแรกนั้นผมไม่เคยได้ดู และพบว่ามันเป็น....มันเป็น....มันเป็นอนิเมที่ทำให้ผมหวาดผวา! ถ้ามีแรงบัลดาลใจจะเขียนถึงเพิ่มละกัน

Comment

Comment:

Tweet

แต่ก็Fpi;,ถือว่าหนุกแต่สู้พวก shangri-la(โครตชอบ) และgundam 00,gundam seed ซึ่งเป็นแนว sci-fi เหมือนกันไม่ได้

#40 By proteios (171.5.99.49) on 2012-03-17 22:53

Guilty crown ตอนแรกดูก็รู้สึกงั้นๆ พอดูไปเรื่อย เริ่มเบื่อ เริ่มเบื่อ... เบื่อ เบื่อ... แล้วก็เลิกไป พอกับมาดูตอนที่ 11 แล้วดูไปเรื่อยๆ มันสนุกขึ้นเรื่อยๆแหะ ดูมาถึง 20 เลย ยังอยากดูต่อจนจบ

#39 By proteios (171.5.99.49) on 2012-03-17 22:36

โมเรทสึไพเรท เหมือนจะเฉยๆ พอดูจริงๆ เนื้อเรื่องก็แหวกดีเหมือนกัน

สู้ก็มีชั้นเชิงตอนแรกนึกว่าเอาปืนเลเซอร์ไล่ยิงกันไปมา

แถมมีตัวละครเด็กสาวเป็นเข่ง แต่เลือกที่จะไม่เซริจวิส ทั้งมีใส่กระโปรงสั้นในสภาพไร้น้ำหนัก แต่เค้าก็เลือกที่จะไม่ขายอะไรแบบนั้นนับถือเลย

#38 By - - (124.120.75.212) on 2012-02-26 00:57

Guilty Crown ตอนแรกสนุก แล้วมันก็ลดลงเรื่อยๆจนถึงแบบพี่เมี้ยวบอก...ว่าแม่งไม่สนุกเลยพล็อตเรื่องไรของมันฟระ...

แต่..

ยังทนดูต่อจนถึงปัจจุบัน ทำไมมันรู้สึกว่าพล็อตเรื่องเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆหลังตอน 13... โดยเฉพาะตอนจบของ 15

หรือคนคิดเรื่องนี้มันให้ติดเครื่องครั้งแรกแล้วหมดแรงกลางทางฟระ..

#36 By Aedra (124.122.155.25) on 2012-02-09 03:39

กิลตี้ตอนแรกสนุก มากดรอปตรง เพราะรู้สึกพระเอกอีโม ติสแตกแบบขาดเหตุผลรองรับมากไปหน่อย แต่ก็ยังน่าติดตามอยู่นะ

#35 By -*- (115.87.112.170) on 2012-02-07 13:35

guilty crown ความเห็นเราแตกต่างนะ จะบอกว่าที่ดูตอนแรกเพราะว่าดู review ของ คุณโทมาเระนี่ล่ะ ก็เลยไปดูซะหน่อย อยากบอกว่าตอนแรกไม่เห็นจะสนุกเลย อาไรก็ไม่รู้ อะดูไปอีกหน่อยเผื่อรู้เรื่อง ปรากฏว่า ดูไปถึงตอน 5 ไม่ดูมันแล้ว ไปดูเรื่องอื่นแทน คิดไปคิดว่า อยากดูต่อว่ามันจะเป็นยังไงต่อ เอ๋ทำไมมันสนุกขึ้นแฮะ ต่อมาติดงอมแงม จบ

ตอนแรกว่าจะูดูเรื่อง kill me baby แต่ว่า พอมาอ่าน review แล้ว ไม่ดูดีกว่า

ต่างคนต่างมุมมองนะคะ ถ้าเป็นผู้ชายก็จะชอบเรื่องแนว service
แต่ว่า เราชอบแนวเอาฮามากกว่า เช่น Danshi koukousei no nichijou

#34 By millfield (203.113.102.57) on 2012-02-04 16:41

#31 มอร์เฟียสก็คือตัวละครจากหนังเรื่องแมททริกส์ ตามืดหัวโล้นน่ะครับ
ถ้าจำไม่ผิด ประโยคนั้นพูดไว้ในภาคสอง ก่อนที่นีโอจะบรรลุตรัสรู้เป็นเดอะวัน

#33 By อย่ามาคัน on 2012-01-27 13:57

ซิมโฟเกียร์นี่ ออริจินอลสตอรี่นี่คนเขียนบทของไวน์อาร์ทครับ
ฉะนั้น บัลตั้นเดินให้ควักนี่อยากแปลกใจครับ(ฮา)

#32 By blackgetter on 2012-01-25 08:40

อ่านรีวิวจบแล้วก็ไปไล่ดูมันทุกเรืองเลยละกัน..ยาวแน่ฯงานนี้question
-"Guilty Crown ก็เหมือนกับหุ้น IPO" ช่างตรัสได้ลำลืกมาก เพราะว่ามีใครก็ไม้รู้นะที่เป็นคนเชียร์ให้มานั่งฯ+นอนฯดูตั้ง12ตอน..open-mounthed smile
ถ้าไม่เอามาพูดถึงคงลืมมันไปแล้วละ แล้วจะไห้ลืมๆมันไปได้ไงละ (ฮา)
-อาโนะนัตสึ "โอเนไง้เซมไป"cry55+ นี่เพื่อนสมัยเด็กน่ารักดี. DxD ก็เซอร์วิสได้ถื่งใจจริงฯ. มนุษย์ดาวเผากระท่อม 55+ ก็ดูไปตอนเดีวยรู้เลยไม่ใช้แนว.
ป๊ะป๋า นั้นถ้าอยากดูสปินออฟของรุ่นพี่จัง..
kill me baby op มันไม่ใช้เพลง โวยยย
อามางามิ SS+ นี่คงปะมานนี่ละนะ คงเส้นคงวาอย่างกับไม้บรรทัด..
ว่าแต่ มอร์เฟียส นี่มันใครกันวะ...

#31 By rawxyz (183.182.115.182) on 2012-01-23 17:42

ยังรีวิวได้เร้าใจเหมือนเคยconfused smile

แต่พูดถึงมิลค์กี้โฮล์มสแล้ว คอนเซพท์ก็อีหรอบเดียวกับGAล่ะครับ
"เกมซีเรียส อนิเมรั่ว"
ขนาดผมดูอนิเมแล้วมาเล่นตัวเกมนี่ เอิ่ม...
"มันต้องเป็นพาราเรลเวิลด์แน่ๆ"
ป.ล.ตอนนี้ผมยังไม่มีเวลาดูซีซั่น2
แต่ก็พอเดาได้ล่ะว่า มันคงน่าสะพรึงเหมือนเคยนั่นแหละ...

#30 By Robot[master] (119.148.99.66) on 2012-01-19 12:08

อันดับสุดท้าย.....
อามากามินี่มัน
เส้นตรงราบเรียบมากกกกกกกกกกก
นอนมาเลยนี่หว่าเฮ้ย!!!?

#29 By TestsuyA on 2012-01-18 23:40

กะตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเรื่องไหนมันจะให้คะแนนสูงสุด

#28 By latouร (125.27.54.204) on 2012-01-18 23:17

Lagrange ผมยกความดีความชอบให้ผกก.มากกว่าสตูดิโอน่ะ โดยส่วนตัวคิดว่าXebecเหมาะจะทำอนิเมทแบบนี้มากกว่าเซอร์วิสจริงๆ เพระาแต่ไหนแต่ไรมา ที่ผมว่าเยี่ยมที่สุดของXebecก็ต้องเป็นอนิเมท หุ่นยนต์ไม่ก็ไซไฟเท่านั้นแหละ

#27 By Srwkung on 2012-01-18 18:32

นิเสะโมโนกาตาริ .... ก็สนุกดีนะแต่สำหรับคนใจร้อนก็คงดูไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะบทพูดมันน่ารำคาน น่ารำคานจริงๆ พูดเหมือนปืนกลสาดกระสุน ดีกว่าภาคบาเกะ หน่อยนึงละมั้ง ? บาเกะกดปิดไปประมาณตอนที่ 5 เพราะรำคานมาโยและมุกกินเด็กที่มีถี่ยิบ

ปล.รำคานบทพูดที่สุด 555+sad smile

#26 By End'n (124.121.21.208) on 2012-01-18 18:18

ผมว่าคุณคิดถูกแล้วที่ไม่ดู zero F
F สมเชื่อเลย

#25 By Shih-Hwa J. Tenkaminari on 2012-01-18 09:53

ซี่ซั่นนี้เมะหุ่นยนต์เจ๋งทั้ง 2 เรื่องเลย

#24 By blueboat on 2012-01-18 03:03

แต่อาม่าฆ่าหมีตอนแรกไม่ใช่ตอนของไอจังนะ ทำไมคะแนนเทไปที่ไอจังหมดเลย 55+

รอลุ้นนิเสะเลยว่าจะเขียน ไม่เขียน สุดท้ายก้อเขียนจริงๆ ซู๊ดยอดด

#23 By pop (124.121.185.109) on 2012-01-18 01:33

ดูกร๊าฟ Zero no Tsukaima F กับ Amagami แล้ว......sad smile

ส่วนนิจิโจว นี้ ขำจนปวดท้องเลยครับcry ใครชอบการ์ตูนตลก สมควรดูอย่างยิ่ง

#22 By alphanet (61.90.120.143) on 2012-01-17 23:09

จริงๆเมือง another มันก็ปกตินะ แต่ไม่ค่อยมีอนิเมใส่รายละเอียดให้ของมันดูเก่าๆหมองๆสมจริงซักเท่าไหร่

#21 By forkpie (125.26.219.121) on 2012-01-17 22:38

อวยชัด ๆ 555

#20 By meannn on 2012-01-17 22:20

#18 ไม่ต้องนับถือก็ได้ครับ.... ขอให้ลืมๆมันไปซะผมจะรู้สึกขอบคุณมากกว่า...

#19 By อย่ามาคัน on 2012-01-17 21:27

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามอ่านรีวิวของคุณอย่ามาคันมาโดยตลอด ขอสารภาพว่าซีซั่นที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นต่างจากคุณเรื่องกิลตี้คราว เพราะผมดูๆไปแล้ว แม่งไม่เห็นสนุกตรงไหนเลย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พอมาอ่านรีวิวคราวนี้เห็นคุณยามาคันออกมายอมรับความผิดพลาดของรีวิวตัวเอง(ซึ่งมันบังเอิญไปตรงกับความคิดผมพอดี) ใครๆก็สามารถผิดพลาดได้ แต่คนที่ผิดแล้วยอมรับตัวเองว่าผิดพลาดถือเป็นยอดคน!! ผมรู้สึกนับถือคุณจริงๆ555

ด้วยความเคารพอย่าสูง
จากผู้ติดตามคนหนึ่ง

#18 By Kaorihero (27.55.3.114) on 2012-01-17 20:56

ติดใจ Another อย่างแรง แอบคิดเหมือนกันว่าเมืองมันโส....มาก

นิชิโจวแบบผู้ชาย ติดตามตั้งแต่ก่อนฉายก็ไม่ผิดหวัง

อยากจะบอกว่าผมชอบOPของไพเรทนะ แบบว่าฟังแล้วเร้าใจ

ปล.ผมคงเป็นคนเดียวแน่ๆที่ชอบ คิลมีเบบี (ฮา)

#17 By someone (125.26.30.163) on 2012-01-17 20:07

ดูจากเซย์ยูแล้ว..นิจิโจวชายก็ขายสาวอยู่เหมือนกันนะ

อควาเรียนนี่รอมานานมากกกกก ขนาดรอดูผ่านkeyhole
แถมตอน3ทำเอาเงิบกันเลยทีเดียวopen-mounthed smile
OP ก็เพราะดีนะแต่ชอบsousei no aquarionมากกว่า ทั้งความหมายและทำนอง

#16 By minoru on 2012-01-17 19:07

บล็อกนี้แม่มอวย
อาม่าฆ่าหมี
อาม่าฆ่าหมี
อาม่าฆ่าหมี
อาม่าฆ่าหมี
อาม่าฆ่าหมี

#15 By อามาฆ่าหมี (58.8.244.49) on 2012-01-17 18:34

อยากเห็นกราฟซิมโฟเกียร์ นิเสะโมโน แล้วก็ อาโน นัทสึ ตอน 2 จริงๆ

#14 By HellHound on 2012-01-17 18:15

ว่าแต่คราวนี้จะเอาไปลงที่ตุรกีไหมครับคราวที่แล้วเห็นคนอื่นลงแทนนี้ครับ

อยากเห็นคนแถวนั้นดิ้นจังครับ

#13 By แมร่งก็ยังมีคนตกหลุมทุกรอบ (223.206.184.118) on 2012-01-17 18:14

Guilty Crown นี่ผมก็เห็นด้วยนะ
ตอนแรกมันสนุกอย่างยิ่งแล้วก็ลดลงไปเรื่อยๆ
แต่อามากามินี่ล่อซะกราฟทะลุเลย 555

#12 By nicemaker (171.7.176.149) on 2012-01-17 17:05

อันสุดท้ายอวยชัดๆ Hot! Hot! Hot!

#11 By ทากน้อย on 2012-01-17 14:20

ซีซั่นนี้ยังไม่ได้เริ่มดูสักเรื่องเลยแฮะ ไม่ค่อยมีเวลาไงชอบกล แต่อ่านฟรีวิวประกอบการตัดสินใจก้่อนล่ะครับ
เห็นกราฟนิเสะโมโนกาตาริแล้ว อยากให้ทำกราฟตอนที่2เหลือเกิน
ลิงก็โอนะ ในหลายๆความหมายเลย

#9 By mac (124.122.89.243) on 2012-01-17 13:27

ขำกับคนที่บอกว่าให้ตัด อันไบแอสออก มีทุกที ตกหลุมกันทุกรอบ

#8 By wahahahahahahahaha (125.27.239.54) on 2012-01-17 13:05

ดันชิโคโคเซย์เนี่ยผู้หญิงดูก็ได้ครับ แต่ถ้าชายดูจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
พฤติกรรมซกมกเหล่านั้น base on ชีวิตจริงครับ ผู้ชายจะเก็ทว่ากรูเอง
ก็เคยเฉียดเข้าไปหรือเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องซกมกพวกนั้น

#6 เปลี่ยนคนอย่างคุณก็ไม่มาตอบสิครับ

#7 By อย่ามาคัน on 2012-01-17 13:04

ตัดคำว่า unbiased ออกเหอะ เชื่อผม..........

#6 By คนธรรมดาที่บังเอิญผ่านทางมา (113.53.73.227) on 2012-01-17 12:59

ดันชิโคโคเซย์...เหมาะสำหรับผู้ชายsad smile
ถ้าผู้หญิงดูแล้วชอบนี่แปลกมากมั้ย...(แต่ขอบอกว่าขนาดเราเป็นฟุยังไม่กล้าจิ้นเลยค่ะ เสื่อมเกิน 55+)

#5 By 000 (192.168.150.89, 61.7.236.51) on 2012-01-17 12:48

เงิบSymphogear

#4 By Miyuki (58.8.159.92) on 2012-01-17 12:36

Lagrange สนุกดีนะ แต่เสียอย่างเดียวคืออนิเมแนวนี้มันจะจบแบบไม่มีอะไรให้หักเหลี่ยมซาบซึ้งอลังการ แล้วก็ถูกลืมไปในที่สุด

#3 By asad (180.180.47.116) on 2012-01-17 12:33

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับกิลตี้คราวครับ


ซีโร่... 555555

#2 By mopak (124.122.148.95) on 2012-01-17 11:59

เฮ รีวิวมาแล้ว

ซีซั่นนี่ที่รอดูอย่างใจจดใจจอก็มีแค่ดันชิโควอย่างเดียวนี่แหละค่ะ 55
ดู PV แล้วแบบโอ้โห /ขำตบโต๊ะ ยังไงก็จะดูต่อให้ได้ 55
อีกเรื่องนึงที่รอซีซั่นนี้คือ kyousougiga ที่ฉายทางเน็ตไปแค่ตอนเดียว
งานทำออกมาดีมากก มากจริง ๆ อย่างกับฉายหนังโรง
รอดูว่าเค้าจะทำยาวออกมาเป็นซีรี่ยส์มั้ย

กิลตี้นี่ สนใจตอนเห็นพวกภาพโฆษณา
แล้วก็อยากที่จขบ.ว่า ตอนแรกมันสนุกสุด แล้วก็ตก ๆ ๆ ๆ 555
คนรอบข้างค่อย ๆ หยุดดูไปทีละคน เราก็หนึ่งในนั้น 555
ดีแค่เพลงกับภาพจริง ๆ

ซีซั่นนี่ที่เล็งเพิ่มคืออควาเรียนกับรินเนะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าสนุกมั้ยหรือยังไง
พอเห็นรีวิวแล้วอยากดูรินเนะเพิ่มเลยค่ะ

#1 By หมอก on 2012-01-17 11:48