Article

[AUBR] Spring Anime 2013

posted on 17 Apr 2013 10:33 by tomare in Article
หลังจากซีซั่นที่แล้วอู้ขี้เกียจเขียนไป มาซีซั่นนี้ไอ้ครั้นจะอู้อีก ก็คงจะได้เลิกเขียน An Unbiased Review ถาวรเป็นแน่แท้ พอคิดได้ดังนั้นจึงพยายามเข็นออกมาให้เสร็จ แม้ว่าจะล่าช้าไปบ้างจนบางเรื่องมันฉายตอน 5 ไปแล้ว แต่บางเรื่องมันก็ยังตอน 1 อยู่ ดังนั้นผมก็คิดเองเออเองว่ามันยังเซพอยู่ละกัน

เนื้อที่โฆษณา Fanboi.ch
fanboi-banner
บางคนคงจะจำได้ สักสองสามปีก่อนผมเคยช่วยโปรโมทเว็บบอร์ดแนวไร้ตัวตนแห่งนึง แต่ภายหลังก็แอบปิดตัวไปเงียบๆ ทำเอาหลายๆคนค้างคาใจ ในวันนี้เค้ากลับมาแล้วกับ Fanboi Channel !? (อ่านว่าแฟนบอยแชนเนล) เว็บบอร์ดที่ไม่สนว่าคุณเป็นใคร เหมาะแก่การใส่ไฟแทงข้างหลังเหยียดหยามประนามและถกเถียงโดยไร้ซึ่งอัตตาเป็นอย่างยิ่ง เขียนมากไปเดี๋ยวไม่อ่านกัน สั้นๆมันคือ 2ch ของไทย(ที่หน้าตาดีกว่ามาก) รายละเอียดและข้อสงสัยไปอ่านต่อ ที่นี่ ละกัน ส่วน URL ก็: http://fanboi.ch/ ไปเล่นกันเยอะๆนะจ๊ะไม่ต้องอาย(หัวเราะ)

ส่วนสรุปความประทับใจของซีซั่นที่แล้วก็อ่านได้ที่นี่ เกณฑ์การให้คะแนน เต็มร้อยคะแนน ดูไม่จบก็ F ได้ 0 คะแนนไป เพิ่มโน้ททิ้งท้ายเป็น Pros and Cons (ข้อดีและข้อด้อย) ให้จับใจความง่ายๆสำหรับคนขี้เกียจอ่าน งวดนี้เรียงจากห่วยไปหาดีเหมือนเดิม

ดอกไม้ในมือมาร
2013SP-akunohana-pic
ไม่อยากเขียนถึงมากนัก เพราะคิดว่าหลายๆคนคงจะรู้ดีถึงศักยภาพของอนิเมเรื่องนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาคุโนะฮานะ เป็นอนิเมตอนแรกที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในซีซั่น สุดยอดในบางความหมาย ในแง่ตัวบท/เรื่องแล้วมันไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากมังงะ (ผมเคยอ่านเวอร์ชั่นมังงะอยู่ก่อนแล้ว แม้จะไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ถือว่าเป็นการ์ตูนที่มีพลัง และมีหลายๆฉากที่ประทับใจ) ข้อเสียของเรื่องนี้จริงๆก็มีแค่สองอย่าง อย่างแรกคือเทคนิคภาพที่ใช้วิธีโรโตสโคปจากภาพวิดีโอที่คนจริงแสดง กับ เพลงปิดที่เหี้ยจนทำให้เพลงของมิคุเป็นดั่งเสียงจากสวรรค์ นอกนั้นมันก็ปกติดี ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทั้งคนเขียนและสตูดิโอต้องการอะไรถึงได้ทำแบบนี้ ที่แน่ๆคือมันจะขายไม่ได้ และถ้าผลตอบรับในรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ...คุณก็จะได้เป็นตำนานไปอีกนานเท่านาน

Pros
: เอ่อ.....สำหรับผู้อยากศึกษาเรื่องเทคนิคโรโตสโคป?
Cons: สไตล์ไม่เข้ากับการนำเสนอจนดูหลอน, เพลงปิดที่เหนือชั้นกว่ามิคุห้าล้านเท่า
0/100 คะแนน
2013SP-akunohana-graph



• Sparrow's Hotel
2013SP-sparrow-pic
งานห่วยมาก มุกตลกก็พอขำอยู่ แต่งานห่วยมาก ห่วยจริงๆ ไม่ใช่ห่วยเพราะทุนต่ำด้วย มันห่วยจริงๆ ข้อดีของเรื่องนี้มีอย่างเดียวคือมันสั้น เลยไม่ต้องทนทรมานดูมันเท่าไหร่

Pros: สั้น
Cons: คุณภาพต่ำมาก
0/100 คะแนน
2013SP-sparrow-graph



• สายเลือดล่าสังหาร
2013SP-crime-pic

เคยซื้อมังงะมาอ่านเพราะหน้าปกแปลกดีแต่ไม่ถูกใจ รู้สึกไม่สนุกไม่มีอารมณ์ร่วม อนิเมเหมือนมังงะเด๊ะ พระเอกเฟติชคลั่งใคล้เส้นผม เดินเรื่องอืดอาด ธีมของมีคมก็ไม่น่าสนใจ ไม่มีน้ำหนัก งานก็ธรรมดาๆ

Pros: ....คิดไม่ออกจริงๆ
Cons: อืดอาด, หน้าตาตลก, เฟติช
0/100 คะแนน
2013SP-crime-graph



[-F-LINE-]

• Majestic Prince
2013SP-mjp-pic

ซีซั่นนี้มีโรบอทอนิเมสามเรื่อง จากที่ได้ดูทั้งสามเรื่อง Majestic Prince ดูจะน่าสนใจน้อยที่สุดแล้ว สิ่งสะดุดตาอย่างแรกก็คือคาแรกเตอร์ดีไซน์ของ ฮิราอิ ฮิซาชิ (กันดัมซี๊ด/ฟาฟเนอร์) ก็เลยคาดหวังว่าจะได้เห็นเนื้อเรื่องที่จริงจัง บิวด์อารมณ์ ดราม่าน้ำตาร่วง แต่พอดูของจริงก็แปลกๆไงไม่รู้ เป็นโรบอทอนิเมแบบกึ่งตลก อารมณ์เหมือนโรบอทอนิเมยุค 90 ที่จับกลุ่มเด็กประถม-มัธยมต้น หลายๆฉากที่น่าจะซีเรียสก็กลับไม่ซีเรียส หุ่นดีไซน์สวยออกแนวเว่อๆลิเกๆหน่อย ดูมีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าจะให้กลุ่มนักบินหน้าใหม่มาขับมาก ฉากแอ็คชั่นทำได้เร้าใจ แต่ขาดความน่าติดตามเพราะบรรยากาศที่ไม่หนักแน่นของเรื่อง

เรื่องแปลกก็คือในตอน 2 ซึ่งมี OP และ ED แล้ว อารมณ์ของ OP นั้นต่างจากในเรื่องมาก มันดูจริงจังทั้งภาพและเพลง ดูไม่เหมือนเป็นอนิเมตลกหุ่นยนต์เลย ก็เลยยังสงสัยว่าตกลงมันจะไปซีเรียสเอาตอนหลังๆหรือเปล่า

Pros: หุ่นดีไซน์สวย, ฉากแอ็คชั่นเร้าใจ
Cons: ความไม่หนักแน่นของเนื้อเรื่อง, มุกตลกตกยุค
10/100 คะแนน
2013SP-mjp-graph



• Yuyushiki
2013SP-yuyu-pic
อนิเมแนวสาวน้อยตบมุกฝืดมั่งไม่ฝืดมั่ง เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือ ให้เอาเคองวางไว้ตรงนี้ แล้วเขวี้ยงนิจิโจออกไปสักสามเมตร (จะวางนิจิโจไว้แล้วเขี้ยงเคองแทนก็ได้ ถ้าหากทำแบบนั้นแล้วมีความสุขมากกว่า) จากนั้นก็เดินตรงไปทางนิจิโจสัก 1.5 เมตร แล้วหยุด ณ จุดที่หยุดก็คือ Yuyushiki นั่นหล่ะ (ภาพประกอบ)
เคอง---------(1.5m)-----------------Yuyushiki-----------(1.5m)-------------นิจิโจ
ดูทีแรกก็รู้สึกว่าตัวละครดีไซน์ได้น่ารักดี ดูเชยนิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก แต่ด้วยความที่มุกมันฝืดๆ ขำมั่งไม่ขำมั่ง ถ้ายาวสัก 15 นาทีก็ยังพอรับได้ แต่นี่ดูต่อเนื่องกันนานๆแล้วชักจะเบื่อ แถมที่คาใจที่สุดก็คือเวลายูคาริ(ผมยาว)ยิ้ม ตาจะเป็น ^_^ แบบนี้ แล้วตรง ^ ^ มันจะดูเหมือนเป็นคิ้วแทน เพราะว่ามันอยู่สูงขึ้นไปตรงหน้าผาก พอมองแล้วจะกลายเป็นเป็นคนมีแต่คิ้ว ไม่มีลูกกะตา เวลายูคาริโผล่มาผมก็เลยจ้องแต่ตา(หรือคิ้ว)จนไม่ได้สนใจมุกตลกไปเลย...

Pros: งานอนิเมชั่นดี, มุกที่ตลก
Cons: คิ้วของยูคาริ, มุกที่ไม่ตลก
22/100 คะแนน
2013SP-yuyu-graph



• My Little Pony: โทโมดาฉิวะมาโฮ
2013SP-pony-pic
ก็ได้ยินคำร่ำลือถึงการ์ตูนเรื่องนี้มานานแล้ว ว่ามันเป็นการ์ตูนฝรั่งที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก(ผู้หญิงด้วยซ้ำ)แต่กลับไปจับได้กลุ่มชายวัยรุ่นตอนปลาย-วัยผู้ใหญ่มาเยอะมาก แถมยังชอบแบบว่าชอบจริงๆนะ มันอินในหัวใจ เฟรนชิพอีสเมจิค! อะไรทำนองนั้นเลย คล้ายๆกับพรีเคียวภาคหลังๆของญี่ปุ่นที่ไปจับกลุ่มโอตาคุได้เยอะจนตอนฉายภาคหนังโรงต้องเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็กๆที่ไปดูกัน และในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นของ My Little Pony ยังได้ซาวาชิโระมิยูกิและแก๊งค์มิลกี้โฮมล์มาพากย์เสียงอีกด้วย ลองซะหน่อยน่าให้มันรู้ว่าเป็นยังไง!

ผมไม่เคยดูต้นฉบับเสียงอังกฤษมาก่อน เจอเพลงเปิดเข้าไปก็แหม..มันช่างลงตัวเสียจริง แถมเสียงซาวาชิโระที่คุ้นเคยก็ทำให้รู้สึกสนิทสนมกับโทไวไล้โต้สึป๊าคุรุได้อย่างง่ายดาย และเพราะซาวาชิโระรับงานเยอะมาก พอมาดูโพนี่ก็เลยเห็นภาพทับซ้อนแปลกๆในหัว เช่นเห็นโพนี่เป็นฮาคาเสะ(เทมเปส)หรือโมโมฮิเมะ(มุรามาสะ)เป็นพักๆ เนื้อเรื่องก็สไตล์อนิเมเด็กน่ะนะ ดูง่ายๆ สบายๆ ตอนแรกนี่สงสารไนท์แมร์มูนที่โดนยัดเยียดบทตัวร้าย ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แล้วก็สงสัยว่าทำไมโพนี่เป็นยูนิคอร์นแต่กลับนั่งรถม้าเทียมเปกาซัส แล้วเปกาซัสยังร้องฮี้ๆเหมือนม้าปกติด้วย เหยียดชาติพันธุ์หรือเปล่าเนี่ย แล้วก็....สารภาพว่า...ผมรู้สึกว่าแฟลทเตอร์ชายมันน่ารักไปแว๊บนึงเหมือนกัน แว๊บนึง...แว๊บเดียวจริงๆนะ! อนาคตผมจะเป็น Brony มั้ยเนี่ย....

Pros: ซาวาชิโระ มิยูคิจี้, แฟลทเตอร์ชาย
Cons: เด็กไปหน่อย
33/100 คะแนน
2013SP-pony-graph



• Hataraku Maou-Sama
2013SP-maou-pic

ตำแหน่งจอมมาร(มาโอ)นี่มีได้ทุกซีซั่นไม่ซ้ำแบบจริงๆ งวดนี้มาเป็นแนวขำขัน เปิดเรื่องด้วยฉากแฟนตาซีซีเรียสแล้วหักมุมมาเป็นอนิเมตลกแนวผิดกาละเทศะ (เอาจอมมารมาทำงานร้านแมกโรนัลด์) วิธีเปิดเรื่องด้วยการหักมุมเยอะๆก็เรียกความสนใจได้ แม้ว่าจะเริ่มเก่าๆซ้ำๆไปบ้างแล้ว งานครึ่งหลังก็เรียบร้อยดีไม่ขี้ริ้ว มุกตลกพออมยิ้มดูได้เพลินๆ ผู้กล้าก็น่ารักดี ได้ดูตอนสองไปด้วย พอเข้าเรื่องหลักการ์ตูนตลกทั้งตอนก็สนุกขึ้น จังหวะปล่อยมุกก็ทำได้ลื่นไหลกลมกลืน ถือว่าทำออกมาได้ดีในสิ่งที่ควรจะทำ เรื่องนี้มี LC ในไทยด้วย แต่กว่าจะออกขายจริงคงอีกนาน

Pros: ตลกลื่นกว่าที่คิด
Cons: พระเอกเปลี่ยนบุคลิกไวจัง
35/100 คะแนน
2013SP-maou-graph



• Date A live
2013SP-date-pic

อนิเมที่ตอนแรกมุ่งหวังตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของโอตาคุทุกข้อ น้องสาวทวินเทลเซ็ตไตเรียวอิคิมาปลุกด้วยแพนตี้ช๊อต แน่นอนว่าทุกครั้งที่กระโปรงเปิดก็จะซูมให้เห็นกันชัดๆ เพื่อนร่วมห้องสาวเงียบหน้าตาดี สาวปริศนาจากต่างโลกมีพลังเหนือธรรมชาติปรากฏกายแล้วเอาดาบชี้หน้า กองกำลังขาอ่อนลอยฟ้ายิงมิไซล์ได้ เพื่อนร่วมห้องกลายเป็นนักสู้ น้องสาวกลายเป็นผบ. แพทเทอร์นสนองตัณหา แถมกลัวจะสนองไม่ตรงจุดก็เลยเล่นซะทุกจุดไปเลย  บอกตรงๆเลยถ้าผมไม่ได้ดูตอน 2 ผมจะให้ 0 คะแนนไปแล้ว

ยอมรับว่าออกจะขี้โกงกับเรื่องอื่นหน่อยที่ดูไปถึงสองตอน ในตอนที่สองนี่เองก็เริ่มเข้าใจถึงคอนเซ็ปของเรื่องที่ใช้สภาพแวดล้อมอันคุ้นเคยของโอตาคุมาผสมกับแอ็คชั่นอนิเม ตัวเอกจะต้องจีบผู้บุกรุกให้ได้ด้วยวิธีเหมือนตอนเล่นเกมจำลองรัก เลือกคำตอบที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความชอบ เซ็ตติ้งพื้นฐานความต้องการของโอตาคุในตอนแรกนั้นเป็นการปูพื้นให้คอนเซ็ปของเรื่องที่ล้อเลียนสภาพแวดล้อมของเกมจำลองรัก พอนำทั้งสองอย่างเข้ามารวมกันก็ทำได้ลงตัวกว่าที่คิด แทรกมุกนิดๆหน่อยๆสนุกดี ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่ผมนั้นสามารถเข้าใจมุกในเรื่องได้เป็นอย่างดี orz...

Pros: เอาเกมมาดัดแปลงได้ลงตัวดี
Cons: คิโม่ย! คิโมจิหว่ารุ่ย!
38/100 คะแนน
2013SP-date1-2-graph



Episode 1 Episode 2



• Attack on Titan
2013SP-titan-pic

เท่าๆที่สังเกตดูตามเว็บบอร์ดต่างๆ Attack on Titan เป็นเรื่องที่มีคนไทยจับตามองมากที่สุดในซีซั่นนี้ด้วยเหตุผลหลายๆข้อ อย่างเช่น 1)ต้นฉบับเป็นมังงะที่มีในไทย 2)เนื้อเรื่องจริงจังและมีพลัง 3)แสดงออกว่าชอบได้โดยไม่ต้องอับอาย 4)แถมยังดูฉลาดนิดๆเสียด้วย ฯลฯ ก็แล้วแต่จะชอบกันไป ผมดูเรื่องนี้ด้วยมุมมองของคนที่อ่านมังงะมาแล้ว(เท่าที่ออกในไทย) ผมชอบมังงะเรื่องนี้ตรงลายเส้นที่ดิบเถื่อน เนื้อเรื่องที่เข้มข้น และบั้นท้ายของมิคาสะ (ซิกส์แพ็คไม่เกี่ยว) อนิเมทำออกมาได้คุณภาพสูงมาก ลายเส้นของตัวละครก็พยายามทำให้ดูเข้มข้นมีพลัง แต่ด้วยความเป็นอนิเมชั่นสายหลัก ความดิบเถื่อนก็ต้องลดทอนลงไป

ถ้าพูดตรงๆก็คืออนิเมทำออกมาได้ดีทุกอย่างตามต้นฉบับ แต่ข้อเสียก็คือความทื่อที่ตรงตามต้นฉบับจนเกินไปนั่นหล่ะ เล่าเรื่องค่อนข้างอืดอาด (เพราะยาวตั้ง 24 ตอน) ความดิบของลายเส้นก็สูญเสียไปเพื่อแลกกับคุณภาพอนิเมชั่นระดับสูง มันทำให้เกิดความรู้สึก "เนี๊ยบ" มากเกินไป มันดูสะอาดสะอ้าน สว่างเจิดจ้าจนทำลายบรรยากาศหม่นมองสิ้นหวังที่เป็นธีมหลักของเรื่อง ยักษ์ตัวเมือกๆเลอะเทอะเปรอะเปื้อนก็แลดูชัดเจนเห็นผิวสีเลือดฝาดและเส้นเลือดฝอย ฉากต่อสู้ที่ดิบเถื่อนและมีพลังก็กลายเป็นท่ากระโดดหมุนตัวเท่ๆราวกับนักร้องเกาหลีบนเวที ความสิ้นหวังเวลายักษ์บุกเข้ามากลายเป็นความสะใจในภาพวินาศสันตะโร ถามว่าทำได้ดีมั้ย ก็คงต้องตอบว่าดี แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ยมันก็ขัดใจอยู่ อยากเห็นฉากแอ็คชั่นที่ใช้พลังของอนิเมเตอร์สื่อพลังของลายเส้น มากกว่าใช้ความเนี้ยบและเทคนิคสมัยใหม่จนทำให้สูญเสียพลังของเรื่องไป

Pros: เพลงเปิดมันส์, งานเนี๊ยบ, ไลน์บุฟเฟท์
Cons: ความดิบเถื่อนลดลง, เดินเรื่องช้า
42/100 คะแนน
2013SP-titan-graph



• Valvrave the Liberator
2013SP-valv-pic

โรบอทอนิเมเรื่องใหม่ของซันไรส์ที่ดูจะลงทุนเยอะและคาดหวังความสำเร็จไว้มาก คุณภาพอนิเมชั่นระดับสูง เมคานิคดีไซน์ที่สวยงามขายได้(และขายได้ในความหมายตรงตามตัวอักษรจริงๆ) บทที่กระชับตื่นเต้นรวดเร็วแม้จะเป็นตอนแรก ที่สำคัญคือเน้นความน่าติดตามด้วยการจบตอนอย่างปริศนา ขับให้ Valvrave เป็นอนิเมที่ดูมีอนาคตสดใสทีเดียว

Valvrave ตอบโจทย์ของโรบอทอนิเมสมัยใหม่ได้ดี คาแรคเตอร์นางเอกก็สามารถทำให้ประทับใจได้ในเวลาสั้นๆ (แล้วก็ถีบทิ้งให้คนดูหงุดหงิดสร้างกระแส) เดินเรื่องรวดเร็ว มีความรุนแรงแฝงพอสมควรเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายระดับสูงขึ้น อาจจะมีข้อเสียเรื่องตัวละครเยอะจนแทบจำไม่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าประเมินว่าต้องประสบความสำเร็จแล้ว คงหลีกเลี่ยงการยกเรื่องโค้ดเกียสมาเปรียบเทียบไม่ได้ เนื่องจากมีองค์ประกอบคล้ายกันหลายอย่าง (สตูดิโอ คนเขียนบท หุ่นยนต์) ถามว่า Valvrave ยังขาดอะไรอยู่ถ้าเทียบกับความสำเร็จของโค้ดเกียส ก็คงเป็นเอกลักษณ์กับคาแรคเตอร์ตัวเอก ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ Guilty Crown เคยเจอเสียด้วย

หากไม่มองในแง่รายละเอียดยิบย่อยแล้ว โครงเรื่องตอนแรกก็มีอยู่แค่กลุ่มก่อการร้ายจะขโมยหุ่น แล้วพระเอกบังเอิญได้ไปขับแถมยังชนะเสียด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบมหาพื้นฐานของโรบอทอนิเมที่ซ้ำซากไม่รู้กี่ครั้งแล้ว คาแรคเตอร์ตัวเอกก็เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆ ไม่มีอะไรชัดเจน และหลายๆอย่างยังดู "ยัดเยียด" สูตรเพื่อให้มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จจนอนิเมดูไม่มีอะไรโดดเด่น เหมือนหยิบโน่นยำนี่ที่เจ๋งๆหลายอย่างมารวมกัน แต่ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่เจ๋งได้ด้วยตัวเอง พล๊อทซอมบี้+โรบอทอนิเม เอาเข้าจริงมันจะเป็นไงก็ไม่รู้ ถึงยังไง Valvrave ก็เป็นเรื่องที่ถูกประเมินว่าคุณภาพสูงในแทบทุกด้าน และก็อยู่ในระดับที่สนุกใช้ได้ การจะติดตามดูก็ไม่เสียหายอะไร

Pros: หุ่นเท่(เพราะขายได้?), เรื่องกระชับวางปมเร็ว
Cons: ยัดเยียดสูตรสำเร็จมากเกินไป, กลัวที่จะพลาดจนเสียเอกลักษณ์
55/100 คะแนน
2013SP-valv-graph



• Devil Survivor 2
2013SP-ds2-pic

อนิเมที่มีชื่อเรื่องว่าภาคสอง แต่ก็ไม่เคยมีภาคแรกเป็นอนิเมซะหน่อยอย่าง Devil Survivor 2 นั้นสร้างจากเกมที่แตกยอดมาจากซีรี่ส์เมงามิเทนเซย์เหมือนกับ Persona แต่ธีมเรื่องและบรรยากาศจะไม่เหมือนกัน (อันที่จริงต้องบอกว่า DS2 นั้นแตกมาจากมาจินเทนเซย์มากกว่า แต่ชื่อนี้คงจะถูกลืมไปหมดแล้ว) DS2 จะออกไปทางอึมครึม หดหู่ ดิ้นรนจนตรอกเอาชีวิตรอด ตอนแรกนั้นงานออกมาค่อนข้างดี คาแรคเตอร์ดีไซน์ของยาสึดะก็นะ...ตัวละครหญิงนี่เอานมชี้หน้ากันได้เลย การประยุกต์ระบบเรียกอสูรเข้ากับโทรศัพท์เป็นเรื่องง่ายๆแต่ก็ดูลงตัวดี ตอนแรกก็มีปมแปลกๆก็คือพระเอกเรียกเบี๊ยกโกะออกมาได้ ซึ่งถ้าใครเล่นเกมจะรู้ว่าป๋าเบี๊ยกโกะนี่เลเวลไม่น้อยเลย ก็เลยสงสัยกันว่าไอ้พระเอกมันเล่นจบไปรอบแล้วหรือเปล่า นี่เป็น Newgame+ รอบสอง(หรือมากกว่านั้น) แต่ตัวพระเอกก็ยังจำอะไรไม่ได้ซะงั้น รวมๆแล้วถ้าไม่คาดหวังอะไรก็ดูได้สนุกเลยทีเดียว

Pros: หน้าอกสู้คน, เมงามิเทนเซย์
Cons: รวมๆแล้วจืด, กลุ่มตัวละครหลักดูไม่มีอะไรน่าติดตาม
57/100 คะแนน
2013SP-ds2-graph



• RDG
2013SP-rdg-pic

ผมนั้นเป็นแฟน P.A.Works อยู่เป็นทุนเดิม ก็เลยคาดหวังอะไรอะไรพอสมควรสำหรับ RDG นี้ แม้ว่าหลังจากดูเทรลเลอร์แล้วรู้สึกว่าบรรยากาศมันจะดูซ้ำซากๆชอบกล อนิเมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกแล้วเหรอ แถมลายเส้นก็เหมือนๆเดิม แต่พอดูของจริงจบผมก็ต้องสับสน...ว่านี่มันอนิเมอะไรวะ

ผมประหลาดใจพอสมควรกับฟี้ดแบ็คของ RDG ในเว็บบอร์ดไทยที่ค่อนข้างจะสวนกระแสกับความคิดของผม เพราะส่วนมากจะมองกันที่ภายนอกแค่นางเอกใส่แว่น(เทพศาสตรา?)และพระเอกซึนเดเระ(อีกหนึ่งเทพศาสตรา?) แน่นอนว่าผมไม่เคยอ่านนิยาย สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นอย่างแรกหลังจากดูก็คือ พวกมึงคุยอะไรกันวะ? มาถึงก็ง้องแง้งๆ มาถึงก็เหวี่ยงๆ แล้วก็คุยวิดีโอโฟนใต้ทะเลโชว์....พวกมึงทำอะไรกันวะ กูยังไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลย พวกมึงจะเหวี่ยงจะดราม่ากัน ก็บอกกูก่อนสิวะว่าเรื่องอะไร แล้วตกลงมันเรื่องแนวไหน สคูลไลฟ์ไปวันๆ? บอยมีทเกิร์ล? ผีในโรงเรียน? พลังเหนือธรรมชาติ? ดูจบตอนแรกไปก็มึนๆว่าจะเอายังไงดีเนี่ย มันจะสนุกหรือไม่สนุกก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ที่แน่ๆคือมันต้องขายไม่ออก

RDG เป็นอนิเมที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว และทั้งเรื่องก็มีตัวละครหญิงเพียงคนเดียว เดินเรื่องทั้งหมดผ่านมุมมองของสาวแว่นแดงผมเปียผู้มีนิสัยน่ารำคาญ และได้พบเจอหนุ่มๆในฮาเรมมากหน้าหลายตาทั้งที่เป็นคนและไม่ใช่คน ปัญหาสำคัญของ RDG คือการเล่าเรื่อง ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง มันคล้ายๆหยิบหนังสือเล่ม 3 มาอ่านโดยไม่อ่านเล่ม 1 และ 2 แถมพออ่านๆไป ก็ปรากฏว่าหนังสือข้างมันใส่ปกผิดเรื่องอีก จังหวะการเล่าเรื่องมันค่อนข้างพิลึกๆ บางอารมณ์มันก็รู้สึกเหมือนละครไทยน้ำเน่าๆ พระ-นางต้องเกลียดกันก่อน นางเอกก็โคตรจะน่ารำคาญอย่างยิ่ง พระเอกก็อะไรของมึง (อย่างนี้ไม่ใช่ซึนเดเระนะครับ อย่างนี้มันเรียกส้นตีน) แต่แล้วหลังจากใคร่ครวญดูว่า RDG มันสนุกหรือไม่สนุกกันแน่ ผมก็บังเกิดความคิด(ตรัสรู้!?)ว่าการที่เรารำคาญหงุดหงิดคุณนางเอกแว่นแดงผู้อ้ำๆอึ้งๆยึกๆยักๆจากสุดหัวใจแล้วนั่นหล่ะคือวิธีดูอนิเมเรื่องนี้ที่ถูกต้อง.... เหตุนี้เองเลยทำให้มุมมองต่ออนิเมเรื่องนี้ มีความเป็นไปได้กว้างไกลอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...อูราห์

Pros: นางเอกโคตรน่ารำคาญ, หนุ่มเหวี่ยงกับสาวแว่นและคุณพ่ออิเคเมง, ความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ
Cons: นางเอกโคตรน่ารำคาญ, ตัวละครหญิงน้อย
60/100 คะแนน
2013SP-rdg-graph



• อาอิอุระ
2013SP-aiura-pic

การ์ตูนสั้นที่มี OP ล้อสตีฟจ๊อบแบบทำไมก็ไม่รู้ อารมณ์แบบว่าล้อเพื่อเรียกเรทติ้ง ถ้า OP เป็นอันนี้ตลอดจะรู้สึกแย่มาก พอเข้าตัวอนิเมหลักกลับทำได้น่ารัก ภาพสวย ฉากหลังสไตล์ภาพวาดเย็นๆ ตัวละครก็ท่าทางน่ารักน่ากิน (ขาอ่อนน่าอร่อยมาก) แต่ยังไม่ทันจะเข้าเรื่องก็จบซะแล้ว... สั้นไปนะ สิ่งที่ทำให้อาอิอุระได้คะแนนสูงก็คือมันจบลงในเวลาที่เรายังรู้สึกดีอยู่ ไม่รู้ว่าเข้าเรื่องจริงๆจะสามารถคงความรู้สึกนี้อยู่ได้มั้ย

Pros: อยากกินเด็ก, บรรยากาศสวย
Cons: สั้น, จ๊อบส์
62/100 คะแนน
2013SP-aiura-graph



• Photokano
2013SP-photokano-pic

Photokano เป็นอนิเมที่ผมคาดหวังว่ามันจะถูกใจมากที่สุดในซีซั่น นอกจากเหตุผลหลักที่ว่านางเอกเกือบครึ่งใส่ถุงน่องแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นกึ่งๆซีรี่ส์เดียวกับอามางามิกับคิมิคิสที่ผมชื่นชอบอีกด้วย แถมอนิเมชั่นยังทำโดย MadHouse ที่ปกติไม่ค่อยได้ทำอนิเมแบบนี้เท่าไหร่ แน่นอนว่าโฟโตคาโนสร้างจากเกมจีบสาว ถ้าไม่แบ่งเป็นคนๆเหมือนอามางามิไปเลย ก็จะต้องเดินเรื่องแบบฮาเรม ตัวเอกพบเจอกับหญิงสาวมากมายแล้วสร้างความสนิทสนมหมู่เพื่อที่ตอนจบจะเลือกมา 1 คน (แล้วก็จะเกิดแฟนอวยคนโน้นคนนี้มาตบตีฆ่าฟันกันอย่างน่าเบื่อ) อนิเมจากเกมจีบสาวมันแย่งผู้ชายกันไม่มันส์หรอกน่า มันกั๊กบทแจกอยู่แล้ว จากโจเซย์สิโจเซย์ แน่นอนกว่า... (แต่มันไม่มีอนิเมจากโจเซย์นี่น่ะสิ)

ผมดูเรื่อง Photokano โดยประสบการณ์จากการเล่นเกมนี้เป็นศูนย์ ต่างจากอามางามิหรือคิมิคิสที่ผมรู้อยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องคร่าวๆจะเป็นอย่างไร ตัวละครแต่ละคนมีประวัติยังไง สิ่งที่ผมค้นพบ(และผิดหวัง?)ก็คือเรื่องโฟโตคาโนนั้นมีเนื้อหาจริงจังกับชีวิตกว่าที่คิด พระเอกมีปณิธานและเป้าหมายเป็นชิ้นเป็นอัน ตัวละครแต่ละคนมีความสมจริงมากกว่า (ยกเว้นพวกในชมรมล่ะกัน...) ไม่มีอีเวนท์คิโม่ยหื่นวิปริตระทึกหัวใจกับสาวๆแบบในอามางามิ ยกเว้นว่าชอบมีคัทแทรกเป็นเซอร์วิสตัวละครแบบจัดๆ เห็นกางเกงในจากมุมที่ไม่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็มีเยอะเสียด้วยสิ สงสัยจะออกแนวสนองนี้ดอนิเมเตอร์ล่ะมั้ง เพราะจริงๆซีนแทรกพวกนั้นไม่ได้มีผลกับเนื้อเรื่องเลย

เรื่องคุณภาพอนิเมก็อยู่ในระดับสูงเลย สมเป็น Madhouse อ่ะนะ แม้ว่าสาวๆจะอ้วนไปนิด มุมกล้องก็ดูตื่นเต้นคนละแบบกับอามางามิ เรียกว่าไงดี ประมาณว่ามุมกล้องมันไดนามิคมากกว่า ไม่ทื่อๆตรงๆ ดูเคลื่อนไหวตอบสนองมากกว่า และคิดว่าต้องมีคนถามแน่ๆ ตัวละครที่ผมชอบที่สุดก็คือ อุจิดะ>น้องสาว>ถุงน่องดำ>ทุกคนที่เหลือ ครับ

Pros: ถุงน่องเยอะ, อุจิดะ
Cons: อ้วน, มีสาระ
64/100 คะแนน
2013SP-photokano-graph



องค์ชายจิตป่วนกับน้องเหมียวยิ้มยาก
2013SP-henneko-pic

เรื่องสุดท้ายที่ฉายในซีซั่นนี้ งานล่าสุดของ J.C. Staff ช่วงแรกๆของเรื่องรู้สึกแย่จนเกือบจะปิดทิ้งไปแล้ว แต่พอดูๆไปก็รู้สึกว่าสนุกดีแฮะ รู้สึกเหมือนเอา โองุระ ยุย มาล่วงละเมิดทางเพศยังไงไม่รู้ (นี่ตรูสนุกกับอะไรวะเนี่ย) เสียงง้องแง้งๆงี้เป็นนางเอกก็แปลกดีเหมือนกัน พระเอกฮาปนสมเพช ไม่ค่อยชอบยัยชมรมกรีฑาเท่าไหร่ นอกนั้นโอเค ตอนแรกนี้งานค่อนข้างดีมาก (จริงๆแล้ว J.C. มันเป็นสตูดิโอเทพนะ) ลายเส้นน่ารัก อนิเมสามารถเล่าเรื่องออกมาได้รวดเร็ว และตัวเซ็ตติ้งเองก็น่าสนุกและเข้าใจง่าย ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่บทพูดลามกสัปดนของพระเอกที่ใช้แทะโลมสาวๆ ซึ่งแม้ว่าจะสนุกดีแต่ก็ต้องแอบขนลุกเป็นพักๆเหมือนกัน...

Pros: โองุระ ยุย, คุณหนู, มุกกวนตีน
Cons: บทพูดที่ชวนขนลุก
67/100 คะแนน
2013SP-henneko-graph



• Oregairu
2013SP-oregairu-pic

อีกเรื่องนึงที่สร้างจากไลท์โนเวลที่เหมือนจะมี LC ในบ้านเราแต่ยังไม่ออกซะที ดูเผินๆคิดว่านี่ก็เรื่องแนวกระแสนิยมพื้นฐานให้นางเอกสองคนชิงความนิยมอีกแล้วเหรอ แต่พอๆดูๆไปมันก็มีอะไรเล็กๆน้อยๆที่แตกต่างจากเรื่องอื่นแล้วน่าสนใจ เช่นตัวละครน้อย(แต่เดี๋ยวมันคงออกมาอีกเยอะๆแน่...) ท่าทางของตัวละครที่ไม่ได้เซอร์วิสอย่างโจ่งแจ้งแต่ก็ทำให้รู้สึกหวั่นไหวได้ นางเอกปากหมาๆหน่อย (เอ๊ะ สงสัยผมจะชอบตัวละครปากหมานะ อย่างมาซึสึ@โอเรชูร่าหรือฮิตางิ@บาเกะ แต่ทำไมโยโซระ@เพื่อนน้อยถึงเป็นข้อยกเว้นได้ก็ไม่รู้....) ตัวอนิเมเองคุณภาพอยู่ในระดับธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับงานหัวดังๆในซีซั่นนี้ก็ยิ่งห่างชั้น แต่การเดินเรื่องด้วยบทสนทนาที่ง่ายๆ และให้ตัวละครแสดงวิธีขบคิดของแต่ละคนไปก็ดูมีเสน่ห์ในตัวเอง สิ่งที่ชอบก็คือเรื่องนี้มีความธรรมดาอยู่ในเรื่องเยอะ ในขณะที่เรื่องอื่นๆต่างพยายามแสดงออกถึงความไม่ธรรมดากัน เป็นเรื่องเดียวในซีซั่นที่ทำให้รู้สึกดีจากตัวของเรื่องที่เล่าออกมาเองจริงๆ

Pros: นางเอกท่าทางจะกินกันเอง, ความธรรมดา, เพลงเปิดของนางิ
Cons: คาแรคเตอร์ดีไซน์หน้าพิลึกๆ, ปมพระเอกดูตื้นๆ
70/100 คะแนน
2013SP-oregairu-graph



• Gargantia
2013SP-gargantia-pic

โรบอทอนิเมเรื่องสุดท้ายของซีซั่น เขียนบทโดยอุโรบุจิ(มาโดกะ, ไซโคพาส) คาแรกเตอร์ดีไซน์โดยฮานาฮารุ (คามิจู, *เซ็นเซอร์*) ดีไซน์หุ่นอาจจะดูไม่ฟุ้งเฟ้ออลังการเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่ถ้าวัดกันที่ประสิทธิภาพอาจจะเจ๋งที่สุดในสามเรื่องก็ได้ สิ่งที่ทำให้การ์กันเทียน่าติดตามก็คือบทที่กระชับมีเหตุผลและเนื้อเรื่องดูน่าค้นหา ครึ่งตอนแรกแม้จะมีแต่ฉากอวกาศ แต่เราก็เข้าใจภาพรวมและองค์ประกอบของจักรวาลในเรื่องได้ ในครึ่งหลังก็ใช้บทพูดไม่มากร่วมกับการกระทำนิดหน่อยก็ทำให้เห็นจุดยืนของตัวละครแล้ว ผนวกกับปริศนาที่วางไว้ทำให้รู้สึกอยากติดตาม ถ้าถามว่าเรื่องนี้ยังขาดอะไรที่สมกับเป็นอุโรบุจิก็คงจะเป็นการพล่ามโลจิคแสนบิดเบี้ยวแต่ว่าเป็นความจริงที่ไม่อาจโต้เถียงได้ (และจะเท่มากเวลาออกมาจากปากตัวละครแก่ๆ)

สาวๆในเรื่องก็สมกับเป็นฮานาฮารุ เนื้อแน่น เต่งตึงเสียทุกคน (กรุณานึกภาพประกอบจากผลงานก่อนๆ :D) แม้ว่าผมจะไม่ได้พิศวาสโรบอทอนิเมเป็นพิเศษแต่การ์กันเทียก็เป็นเรื่องที่มีความลงตัวในหลายๆด้านและรู้สึกน่าติดตามดี ปกติงานของบุทจี้ในตอนแรกๆจะค่อนข้างอืด แต่การ์กันเทียนี่เดินเรื่องเร็วทีเดียว อีกอย่างนึงก็คือเบื่อพวกโอตาคุรากหญ้า ที่พอเห็นชื่ออุโรบุจิปุ๊บก็จะเอาแต่กรี๊ดกร๊าดว่าคนไหนจะตายน้อ คนไหนจะตายน้อ จนไม่สนตัวเนื้อเรื่องอะไรเลย ไม่เข้าใจว่าสมองนี่มีขอบเขตการจดจำได้เพียงแค่เรื่องเดียวหรือไง ปมประเด็นสาระอื่นๆนี่ไม่เคยจะเก็บกันเลย คิดอะไรกันตื้นๆตลอด

Pros: บทแน่น, เนื้อตึง
Cons: เบื่อบุตจี้ เจอหน้ากันมาเป็นปีแล้ว (มาโดกะ,เฟท,ไซโคพาส)
78/100 คะแนน
2013SP-gargantia-graph


ดูแล้วแต่ไม่เขียนเพราะไม่สนใจ: Arata, Leviathan, มุโรมิ
ดูแล้วแต่ไม่เขียนเพราะเป็นภาคต่อ: เพื่อนน้องสาวผมน่ารัก ,รักเตงสองพันเปอ , เรลกันS, อาซาเซลZ
ลืมดูก็เลยขี้เกียจเขียน: Karnerval, มุชิบุเกียว
ไม่ดู: เนียลโกะw

งวดนี้เขียนค่อนข้างมีสาระ...ละมั้ง ยกเว้นเรื่องที่ไม่อยากดู จริงๆซีซั่นนี้มีภาคต่อแบรนด์ดังฐานแข็งอย่างน้องสาวกับเรลกันอยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้เรื่องทั้งคู่ซะด้วย ถ้าด่าก็คงจะเรียกแฟนๆได้เยอะ(หัวเราะ) แต่มันซ้ำซากน่ะ อนิเมที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไงก็รู้สึกขี้เกียจเขียน

มีอีกเรื่องที่ดูแล้วชอบแต่ไม่มีช่องจะเขียน คือ Otona Joshi no Anime เป็นอนิเมสั้นสามตอน ไม่ได้เป็น TV Series เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตผู้หญิง แต่ละตอนก็จะมีตัวเอกแตกต่างกันไป เนื้อหาจะผู้ใหญ่หน่อย แปลกดี ถ้ารับได้กับแนวชีวิตแม่บ้าน/สาวออฟฟิศก็แนะนำให้ดู มีอะไรให้คิดเยอะดี แล้วก็เก็บตกเรื่อง Arata naru no Sekai มาดู เป็น เชยไปหน่อย แต่ชอบมาก เพลงเพราะ เป็นแนวแฟนตาซีบนโลกความจริง สนใจก็ลองหามาดูเช่นกัน

Season Ended

posted on 01 Apr 2013 13:08 by tomare in Article
คำเตือน!
NOT AN UNBIASED REVIEW.
NOT APRIL FOOLS

หมดซีซั่นแล้ว ก่อนจะขึ้นซีซั่นใหม่ก็มาสรุปหน่อย
เรียงจากความชอบบนลงล่าง ไม่มีคะแนนให้เพราะขี้เกียจคิด ไม่มีกราฟเพราะไม่ใช่ An Unbiased Review ห้ามทวงของซีซั่นก่อน ซีซั่นนี้จะเขียน An Unbiased Review มั้ย? ยังไม่มั่นใจ ใจจริงอยากเขียนทุกซีซั่นน่ะหล่ะ แต่ไฟพอมั้ยมันอีกเรื่อง ตอนนี้ดูไปสามเรื่องลำดับความชอบดังนี้ โอโตนะโจชิโนะอนิเม→กัลกันเทีย→RDG นอกนั้นยังไม่ได้ดู

E416-shin
• Shin Sekai Yori
อนิเมที่คุณภาพขึ้นๆลงๆ แต่การเล่าเรื่องและกำกับดีมาก ปมต่างๆถูกคลายออกมาทีละนิดได้อย่างแยบยล อารมณ์ของเรื่องถูกถ่ายอดออกมาได้ความรู้สึกร่วม ชอบการเล่าเรื่องที่กดดันและบีบคั้นอารมณ์ ทั้งด้วยเนื้อเรื่องที่น่าหวาดหวั่นและด้วยบรรยากาศระทึกขวัญ เรื่องนี้เป็นอนิเมที่เจ๊งโดยสิ้นเชิงในแง่ยอดขาย นอกจากเหตุผลที่เรื่องมีความซับซ้อนและตัวละครที่ไม่ขายแล้ว มันยังมีกำแพงเรื่องรักร่วมเพศอีกด้วย ตัวละครจะมีแนวคิดเรื่องเพศแบบไบเซ็กช่วล และไม่มองว่าขัดกับศีลธรรม หลายๆคนหยุดดูทันทีที่ได้ยินหรือได้ชมส่วนนี้ อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก ตอนจบของเรื่องก็เป็นบทสรุปของเรื่องราวที่ทับซ้อนและเฉลยปมที่แอบซ่อนไว้ จากนั้นก็ปลดปล่อยตัวเอกของเรื่องจากพันธะต่างๆ พร้อมกับให้ความหวังเล็กๆเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์เอาไว้

E416-tempest
• Zetsuen no Tempest
เรื่องที่ใช้เหตุผลเพ้อเจ้อพูดเรื่องเพ้อเจ้อได้มีน้ำหนักจนทำให้เราเห็นด้วยอย่างสุดใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อนิเมที่มีฉากยืนคุยกันที่เดิม 4 ตอนไม่ไปไหน แต่กลับสนุกมากมาย ตอนจบของเรื่องนั้นคิดว่ามันเลยจุดพีคของเรื่องไปแล้ว การต่อสู้ครั้งสุดท้ายก็เป็นไปตามบทบาทที่ตัวละครได้รับ และด้วยเหตุผลที่ทับซ้อนกันหลายต่อหลายชั้น ก็ไม่ได้มีอะไรต้องลุ้นอีก จุดพีคของเรื่องที่สนุกที่สุดคือช่วงที่ตะล่อมซามอนซังที่เชิงเขา กับตอนที่ฮาคาเซะจังเจอกับฟุวะไอกะและเปิดเผยคนร้ายที่แท้จริง ซึงทำเอาต้องเอาตีนก่ายหน้าผากตัวเองแล้วได้แต่พยักหน้าตามไปเรื่อยๆโดยไม่มีสิทธิ์เถียงอะไร...

E416-psycho
• Psycho-Pass
หลังจากที่เผชิญกับเรื่องโหดร้ายและเจ็บปวด อากาเนะก็ได้เรียนรู้และไม่ยอมแพ้ต่อขีดจำกัดของตัวเอง อนิเมที่ให้อารมณ์เหมือนกับซีรี่ส์ฝรั่งเรื่องนี้เขียนบทโดยอุโรบุจิที่เป็นที่รู้จักจากสาวน้อยเวทมนต์มาโดกะ เนื้อเรื่องจึงวนเวียนอยู่กับตรรกะความจริงที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวด ไร้ทางออกแต่ว่าไม่สิ้นหวัง ช่วงท้ายของเรื่องนั้นจังหวะเล่าเรื่องค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จนมาจบลงด้วยการสูญเสียและชัยชนะที่ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเป็นชัยชนะ อากาเนะเติบโตขึ้น กิโนสะเรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่ขาดไป โคงามิหลุดพ้นจากกรอบด้วยตัวเอง และทุกคนก็เดินหน้าต่อไปในโลกเน่าๆใบเดิม

E416-mondai
• Mondaiji
สำหรับเรื่องนี้เป็นอนิเมแนวแฟนตาซีที่ขาดหายไปนาน และยังทำออกมาได้สนุกจริงไม่ต้องอิงชื่ออะไรเป็นทุน คาแรกเตอร์แต่ละคนก็ออกแบบมาได้มีมิติ เดินเรื่องได้กระชับ ข้อเสียก็คือความยาวแค่ 10 ตอนและความเป็นอนิเม จึงไม่สามารถอธิบายกฏของการต่อสู้ที่ซับซ้อนได้ ทำให้เกิดการต้องลดทอนจนดูตื้นเขินไป งานอนิเมชั่นคุณภาพดีกว่าที่คิดไว้เยอะ(มาก) ตอนจบก็ครึ่งๆกลางๆ เห็นได้ชัดว่าให้ไปอ่านนิยายต่อ คนที่อ่านนิยายก็ยืนยันแล้วว่าอ่านนิยายสนุกกว่าจริงๆ

E416-haganai
• Haganai
ภาคต่อของอนิเมที่สร้างจากไลท์โนเวลชื่อดัง เนื้อเรื่องไม่มีอะไรต้องพูดถึงมาก ภาคนี้ริกะเป็นตัวเด่นเต็มๆ เซนะก็เหมือนจับขึ้นเวทีประหารความนิยม ให้ทำอะไรคิโม่ยๆเต็มไปหมด ฉากแนะนำคือตอนที่เซนะนอนบนเตียงแล้วดมวิกผมโยโซระไปช่วยตัวเองไป เจอฉากนี้เข้าไปถ้ายังเป็นแฟนคลับต่อได้ก็ขอให้ลองพิจารณาว่าตัวเองว่าสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเท่าไหร่แล้ว จุดที่ค่อนข้างชื่นชมกับเรื่องนี้ก็คือการเล่นกับประเด็นตัวเอกแนวฮาเรมมักจะทำไขสือเรื่องความรักและความสัมพันธ์เสมอ ด้วยเหตุผลว่าต้องการจะเดินเรื่องวนเวียนต่อไปเรื่อยๆ สำหรับ Haganai ตัวเอกของเรื่องได้พูดประเด็นนี้ออกมาตรงๆ และยังถกเถียงกับริกะอย่างชัดเจน หลายๆคำถามที่คนอ่านมักจะหลับตาข้างนึงทำเป็นมองไม่เห็น ก็ได้ถูกพูดออกมาตรงๆชัดเจน แม้ว่าคำตอบจะยังไม่ถึงขั้นน่าพอใจ (ตรงนี้ผมรู้สึกเหมือนตอนที่อายาเสะในน้องสาวไม่น่ารักถามคำถามเรื่องโอตาคุกับคิริโนะ แล้วคิริโนะตอบไม่ได้หรือตอบได้ไม่น่าพอใจ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังได้ถาม) ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดนึง ที่อย่างน้อยตัวละครในเรื่องก็ไม่ได้หลับตาข้างนึงไปเสียทุกคน หือ? ผมอยู่พรรคอะไร? ผมอยู่พรรคริกะมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ!!

E416-amnesia
• Amnesia
อนิเมที่สร้างจากโอโตเมะเกมเรื่องนี้ระหว่างดูก็รู้สึกเหมือนกับว่าคุณนางเอกนั้นได้โหลดเซพจบเกมชาวบ้านขึ้นมาแล้วก็เล่นชุ่ยๆมั่วๆจนเกมโอเวอร์ จากนั้นก็โหลดเซพอื่นมาเล่นต่อโดยไม่สนใจอะไร แล้วก็ทำเกมโอเวอร์อีก ซ้ำไปซ้ำมา จนท้ายเรื่องค่อยมาเฉลยว่าเจ้าของแผ่นมันทำเมโมรี่การ์ดหาย นางเอกเอามาคืนก็เลยได้แผ่นเกมไปเล่นมั่ง แม้ว่าเนื้อเรื่องรวมๆแล้วจะไม่ได้มีอะไร ปมปริศนาก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นมาก แต่ตอนจบก็ทำออกมาได้อบอุ่นและไม่รู้สึกติดขัดอะไร

E416-gdgd
• gdgd 2
จบเชี่ยมากแต่ไม่เชี่ยเท่าภาคแรก รวมๆแล้วก็เป็นอนิเมที่เชี่ยไม่เสื่อมคลาย

E416-sasami
• Sasami-chan@ganbaranai
อนิเมจากชาฟท์แท้ๆเพื่อชาฟท์แฟนบอยโดยแท้จริง มันเป็นอนิเมที่ก็พอดูได้ ไม่สนุกมากมาย แต่ก็ไม่ถีงกับต้องกลั้นใจดู มีอะไรให้น่าติดตามอยู่เป็นระยะ ตอนจบก็เป็นอีกเรื่องที่เลยจุดพีคไปแล้ว ตอนจบก็เลยงั้นๆ แน่นอนว่าซาซามิจังนั้นยอดขายเจ๊งสนิทจนแฟนบอยเกียวอนิหลายๆคนมักจะหยิบมากระแนะกระแหนเพื่อปลอบประโลมใจยอดขายทามาโกะมาร์เก็ทของตัวเอง ในฐานะแฟนบอยชาฟท์ ผมขอบอกว่าการที่ซาซามิเจ๊งนั้นทำให้ผมอบอุ่นหัวใจเป็นอย่างมาก ชาฟท์ที่กูรู้จักมันต้องเป็นเยี่ยงนี้ต่างหาก ไอ้ยอดขายสี่ห้าหมื่นแล้วพิมพ์โปรดัคชั่นโน้ทมาขูดเงินต่อไม่จบไม่สิ้นนี่มันอัลไล มันไม่ใช่ชาฟท์ที่กูรู้จัก! ชาฟท์ที่กูรู้จักมันต้องง่อยๆแบบนี้ต่างหากโว้ย ไชโย!

E416-tamako
• Tamako Market
ดูข้ามไปข้ามมาแล้วก็ดูตอนจบ จบได้แย่มาก ไม่มีอะไรให้จดจำ ไม่ประทับใจ ไม่มีอะไรทั้งนั้น จริงๆถ้าให้บ่นก็คงบ่นได้เยอะ แต่ขี้เกียจจะบ่น

E416-oreshura
• Oreshura
เป็นอนิเมที่ผมต้องใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุด เผาผลาญพลังชีวิตสูงสุด ได้รับความอับอายสูงสุด ในการดูจนจบซีซั่น ทั้งที่จริงๆแล้วผมเป็นคนโปรดปรานการตบตีแย่งผัวของสาวๆในชุดนักเรียนเป็นอย่างมาก แต่โอเรชูร่านั้นทำออกมาได้กลวงเหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่มีความอิจฉาริษยาเกลียดชังอาฆาตแค้นแฝงอยู่ในความคิดของตัวละครเลย ทุกประเด็นช่างดูตื้นเขินและเบาบาง สิ่งที่ชอบในเรื่องคือ OP ที่สดใสดีกับเวลาที่มาซึสึออกมาค่อนแขวะตัวละครอื่นๆ นอกนั้นแล้วทั้งหมดทั้งสิ้นล้วนงี่เง่าไร้สาระสุดจะพรรณา จับโน่นจับนี่เอามารวมๆกันเป็นเรื่องใหม่ที่อุดมด้วยมุกเก่าๆ ตอนจบนั้นก็อยู่ในระดับน่าอับอายเหลือคณา ไปยืนจูบกับสาวโชว์บนเวทีไม่โดนขวดน้ำเขวี้ยงเรอะ สาวๆในฮาเรมก็นิสัยดีกันจัง ผู้ชายมีแฟนแล้วก็ยังอยากได้เป็นผัวจนตัวสั่นแต่ยังสามัคคีกลมเกลียวกันดีซะงั้น แต่ก็นะ ดูกลุ่มเป้าหมายก็พึงพอใจกับโดนลากจูงแบบนี้กันดี

E416-robotic
• Robotics;Notes
เป็นอนิเมที่พล๊อทเรื่องงี่เง่าที่สุดในซีซั่นเลย มันไม่ได้งี่เง่าเพราะงี่เง่าอะไรหรอกนะ มันงี่เง่าเพราะมันพยายามจะบอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้งี่เง่า แต่แท้ที่จริงแล้วตัวเองมันงี่เง่าอย่างที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองงี่เง่าเลยไม่รู้ว่าตัวเองงี่เง่าในที่สุด ตอนจบก็ไม่มีอะไร กลุ่มเด็กหนุ่มสาวสร้างหุ่นยนต์ไปปกป้องโลกสำเร็จโดยไม่ต้องใช้สมองหรือความพยายามอะไร แล้วใช้อะไรเหรอ? ก็ใช้พล๊อทบาเรียน่ะสิ

ร่วงกลางทาง
• Maoyu: ดูถึงตอน 7 หรือ 8 ก็ขี้เกียจแล้ว ว่างๆคงดูต่อ
• Sakurasou: พระเอกอีโมที่ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ กับนางเอกที่ทำตัวไม่สนใจโลกแต่กลับชอบเรียกร้องความสนใจ อีโมสลับกันไปสลับกันซ้ำๆซากๆ ในเนื้อหากลวงๆ

ยังไม่จบและยังดูอยู่
• Chihayafuru 2

[AUBR] Winter Anime 2012

posted on 16 Jan 2013 12:56 by tomare in Article